สถานีความคิด

ลุ้นมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้เป็นสำคัญ กับการที่ไทยจะได้ไปต่อ ในการลุ้นเป็นเจ้าภาพ กีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 หรือไม่…หรือจะพอแค่นี้

     กระแสการรอคำตอบจากภาครัฐบาลไทย อย่างเป็นทางการในส่วนแผนงาน และงบประมาณ ในการจัดยูธ โอลิมปิกเกมส์ 2030 เพื่อนำไปประกอบในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการขั้นสุดท้าย ต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ซึ่งขณะที่เขียนบทความนี้ ความเคลื่อนไหวในไทย คือยังอยู่ในสถานะ “รอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ” เป็นมติที่เป็นทางการ      ย้อนดูเรื่องราวของ มติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับ การที่ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 เพื่อที่จะได้เห็นคร่าวๆ ก่อนที่จะถึง “มติครั้งสุดท้ายที่รออยู่”      วันที่ 2 ตุลาคม 2561 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้ประเทศไทย แสดงความสนใจที่จะเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน กีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 5 พ.ศ.2569 (ค.ศ.2026) ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ (ขณะนั้น มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา)      วันที่ 6 ตุลาคม 2563 หลังจากที่ยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่ …

ลุ้นมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้เป็นสำคัญ กับการที่ไทยจะได้ไปต่อ ในการลุ้นเป็นเจ้าภาพ กีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 หรือไม่…หรือจะพอแค่นี้ Read More »

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (4) กระทรวงกีฬาต้องมีแผนเป็นยุทธศาสตร์กำหนดทิศทาง และถ้ายึดแผนกีฬา ควรเลือกคนนอกหรือคนใน

     จากที่เขียนเส้นทางสู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 มาแล้ว 3 ตอน เพื่อให้เห็นถึงที่มาของผู้นำในการกีฬาแห่งประเทศไทยตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนปัจจุบัน จะพบว่าแต่ละช่วงการเปลี่ยนผู้นำนั้นมีอะไร ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ จนถึงยุคที่เปิดกว้างเช่นปัจจุบัน ที่มีการใช้การสรรหา เพื่อหาคนดีที่สุด เสนอให้ บอร์ด กกท.พิจารณาและส่งต่อตามกระบวนการ      ประเด็นจบเรื่องนี้วันนี้คือ…“ใครเหมาะที่จะถูกเลือกเป็นผู้นำใน กกท.คนที่ 14”      ขอเริ่มจากด้วยความเห็นส่วนตัว เห็นว่าปัจจุบันนี้ กลุ่มการเมืองเข้ามาแทรกมากมาย ในองค์กรกีฬา ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อ..เพื่อ..เพื่อ…. จนบางครั้งงานไม่มีทิศทางอะไร เหมือนอยู่ได้กินอิ่มไปวันๆ ของคนมีหน้าที่      การที่วงการกีฬาจะก้าวสู่อนาคตได้ การเมืองต้องดีนิ่งต่อเนื่อง และถึงไม่นิ่ง แต่ฝ่ายการเมืองก็ควรเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนแผนงานกีฬาที่มีอยู่ให้เกิดขึ้นจริง เหมือนดังชาติที่เจริญกีฬาแล้วเขาทำโดยมีทิศทางจากแบบแผนชัดเจน      จุดอับของวงการกีฬาไทยที่ผ่านมา พบได้ว่ายุทธศาสตร์กีฬาชาติ 20 ปี หรือ แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ของเรา ถูกละเลยในการให้ความสำคัญและการนำไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผล ภาพที่ย้ำชัดคือตัวชี้วัดซึ่งระบุในแผน มีผลการประเมิน “ไม่เป็นไปตามตัวชี้วัดมากมาย” กลับถูกมองข้าม …

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (4) กระทรวงกีฬาต้องมีแผนเป็นยุทธศาสตร์กำหนดทิศทาง และถ้ายึดแผนกีฬา ควรเลือกคนนอกหรือคนใน Read More »

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (3) ยุคคัดเลือกจากการสรรหาผู้นำแบบเปิดกว้าง

     หลังจากนายแพทย์เจริญทัศน์ จินตนเสรี ครบวาระ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2544 ก็เข้าสู่ยุคการสรรหาผู้ว่าการ กกท.ที่จริงจัง โดยการนำของ พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ขณะนั้นดูแลงานกีฬาในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานบอร์ด กกท.      โดยขั้นตอนที่ดำเนินการนั้น บอร์ด กกท.จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อสรรหาผู้เหมาะสมที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยการเปิดกว้างให้ผู้สนใจและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้สมัครเพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหา ที่จะเป็นผู้พิจารณาก่อนที่จะนำเสนอบอร์ด กกท. เพื่อพิจารณาขั้นสุดท้าย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบตามที่เสนอต่อไป      ซึ่งเป็นกระบวนการนี้ใช้มาจนมาถึงปัจจุบันนี้ ที่กำลังจะเริ่มกระบวนการนี้อีกครั้ง ก่อนที่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี จะครบวาระการครองตำแหน่งผู้ว่าการ กกท.ในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้      โดยผู้ว่าการ กกท.ที่ผ่านกระบวนการนี้ที่ผ่านมา มีมาแล้วจำนวน 4 คน ไล่เรียงตามช่วงเวลาดังนี้   …

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (3) ยุคคัดเลือกจากการสรรหาผู้นำแบบเปิดกว้าง Read More »

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (2) ยุคการเปลี่ยนแปลงจาก อสกท.มาเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย

     ต่อมาก็มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นขององค์กร ในระหว่างที่ นายไพบูลย์ วัชรพรรณ เป็นผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (อสกท.) อยู่ขณะนั้น ในวันที่ 17 ตุลาคม 2528 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 มาตรา 67 ที่ได้ระบุว่า ให้ผู้อำนวยการฯ รองผู้อำนวยการ พนักงานและลูกจ้างขององค์การส่งเสริมกีฬาฯ เป็นผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พนักงานและลูกจ้างของการกีฬาแห่งประเทศไทย จึงทำให้นายไพบูลย์ ได้เปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็นผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ขณะที่ ดร.สมชาย ประเสริฐศิริพันธ์ รอง ผอ.อสกท.ก็เป็นรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย      นั่นคือการเปลี่ยนแปลงองค์กรจากองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย มาเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่เรารู้จักในทุกวันนี้ และต้องถือว่าเป็นช่วงที่มีเหตุการณ์สำคัญในองค์กรที่ต่อเนื่อง ขอลำดับคร่าว ๆ ดังนี้      23 เมษายน 2533 คณะกรรมการ กกท.หรือ บอร์ด กกท.โดยมี พลเอกเทียนชัย ศิริสัมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีขณะนั้นเป็นประธานมีมติ ตั้งกรรมการสอบนายไพบูลย์ จากกรณีที่มีข้อขัดแย้งกับ สหภาพแรงงาน …

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (2) ยุคการเปลี่ยนแปลงจาก อสกท.มาเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย Read More »

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (1) ยุคเริ่มต้น ที่เป็นองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย

     ในวาระที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำ หรือ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในเดือนกันยายน 2569 ที่จะถึงนี้ หลังจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท.คนปัจจุบันจะหมดวาระ ที่ต่อเนื่องมา 8 ปี      The Station THAI  ขอร่วมถ่ายทอดเป็นบันทึก จากการสืบค้นจากแหล่งเอกสารต่างๆ ซึ่งเชื่อถือได้ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่มา และช่วงเวลา ของ “ผู้นำองค์กรกีฬาที่สำคัญแห่งนี้” ตั้งแต่อดีต จนมาถึงปัจจุบัน ดังนี้      ในยุคเริ่มต้นนั้น การก่อตั้ง องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ อสกท.เริ่มจากการที่กระทรวงมหาดไทย ที่มีพลเอกประภาส จารุเสถียร เป็นรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อสกท.ต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2507 และคณะรัฐมนตรีก็รับหลักการ แล้วส่งร่างฯ ต่อให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาดำเนินการต่อ จนวันที่ 12 กันยายน …

เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (1) ยุคเริ่มต้น ที่เป็นองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย Read More »

ขอคิดด้วยคน : กรณีที่จะมีการเลือกตั้ง ‘นายกตะกร้อ’คนใหม่ วิเคราะห์จากฐานเสียงสมาชิก มี 4 ท่านคือ ‘บุญชัย-วีรศักดิ์-สีหศักดิ์ และ ธนา’ น่าจะถูกหนุนให้ลุ้นสู่เก้าอี้ผู้นำ

     วงการตะกร้อ จากในยุค พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ เป็นนายกสมาคมต่อเนื่องกว่า 40 ปี จากปี 2526-2566 นั้น ต้องบอกว่า “อำนาจเบ็ดเสร็จ” อยู่ที่นายกสมาคม ตามสไตล์ที่ยึดมั่น และมีหลักการที่สำคัญพิเศษต่อผลงานของทีมตะกร้อในรายการสำคัญก็คือ “ถ้าทีมแพ้ หรือทีมมีปัญหา ผู้ทำทีมต้องรับผิดชอบ” และถูกเปลี่ยนทันที      จะพบความชัดเจนคือ ทีมชายหลังแพ้ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 11 และ 12 หรือซีเกมส์ ครั้งที่ 16 ผู้ทำทีมก็เปลี่ยน / ทีมหญิงแพ้ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 15 ผู้ทำทีมก็เปลี่ยน ถือเป็นเรื่องธรรมดาและรู้กันในยุคนั้น      การลาออกของนายกสมาคมตะกร้อ มีครั้งเดียวคือ หลังจากแพ้ในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 11 ปี 2533 ต้นปี 2534 “พลตรีจารึก” ลาออก ดร.เฉลิม ชัยวัชราภรณ์ รักษาการแทน และปี 2535 …

ขอคิดด้วยคน : กรณีที่จะมีการเลือกตั้ง ‘นายกตะกร้อ’คนใหม่ วิเคราะห์จากฐานเสียงสมาชิก มี 4 ท่านคือ ‘บุญชัย-วีรศักดิ์-สีหศักดิ์ และ ธนา’ น่าจะถูกหนุนให้ลุ้นสู่เก้าอี้ผู้นำ Read More »

คิดดีแต่อยู่เฉยๆ ก่อนดีกว่า เพื่อความสมหวังอย่างสง่างาม… ่วิพากษ์’ บทบาทรัฐบาลไทย กับแนวคิด การใช้ซีเกมส์เป็นเครื่องมือ ขับกัมพูชา จากการจัดในบ้านเรา

     คิดต่อเนื่องจาก คำสัมภาษณ์ ของ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ให้สัมภาษณ์ย้ำ เรื่องกรณีความขัดแย้งกับกัมพูชา ที่จะต้องจัดการกับกัมพูชา ในเรื่องเกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 นี้ เนื้อหา โดยสรุปคือ      1.จะแจ้งผ่านสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่ดูแลกีฬาซีเกมส์ เพื่อให้ประเทศสมาชิกซีเกมส์ทั้ง 11 ประเทศ ร่วมกันบอยคอต ในการที่ไม่ให้ประเทศกัมพูชาเข้าร่วมในการแข่งขันซีเกมส์ในครั้งนี้      2.จะทำทุกวิถีทางไม่ให้มีประเทศกัมพูชาเข้ามาแข่งขันกีฬา ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ หนนี้ #แนวคิดดีทำได้แต่เขาจะสนใจเสียใจหรือกังวลใดๆไหม      “สถานีความคิด” The Station THAI ขอร่วมคิดกับเรื่องราวนี้ โดยขอเริ่มจากพฤติกรรมของกัมพูชากับไทย เอาเฉพาเรื่องกีฬา เพื่อตอบคำถามว่า “เขาจะสนไหม” หากเราฟ้องสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ หรือไม่ยอมให้เขามาแข่ง  เพราะในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้นำกี่ยุคสมัย แต่ความคิดรากฐานนั้น กลายเป็นสิ่งที่ทำให้สรุปได้ว่า “ไม่เคยเปลี่ยน”   …

คิดดีแต่อยู่เฉยๆ ก่อนดีกว่า เพื่อความสมหวังอย่างสง่างาม… ่วิพากษ์’ บทบาทรัฐบาลไทย กับแนวคิด การใช้ซีเกมส์เป็นเครื่องมือ ขับกัมพูชา จากการจัดในบ้านเรา Read More »

ลุ้นเส้นทางเดินใน มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ความน่าเชื่อถือของกระบวนการ และตัวบุคคล ในการสรรหา-เสนอ “อธิการบดี” ที่ชัดเจน ถูกต้องเท่านั้น…จึงจะรอดพ้นบ่วงกรรม จากการถูกยึดอำนาจ

     เรื่องราวของ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช) ยังน่าสนใจ จากวันนั้นถึงวันนี้      จากตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.2566 ที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในขณะนั้น ใช้คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติ “ยึดอำนาจ” การทำงานในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช) ที่ขณะนั้นมี นายปริวัฒน์ วรรณกลาง เป็นอธิการบดี โดยกล่าวหาในเรื่องทุจริต สร้างปัญหาความขัดแย้ง และเมื่อยึดเสร็จก็ตั้งคณะบุคคล 8 คนเข้าทำงานแทนสภามหาวิทยาลัย และยกอำนาจการบริหารให้กับ นายวิษณุ ไล่ชะพิษ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา      มี 2 ประเด็นที่ต่อเนื่องจากนั้นคือ การสอบข้อกล่าวหา “นายปริวัฒน์” และการเดินหน้าสรรหาอธิการบดีคนใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งการบริหารงานที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ      จากวันนั้นมาถึงวันนี้ 2 ปีนิดๆ การเดินหน้าในประเด็นแรก คือประเด็นสอบความผิดที่กล่าวหาจนนำพาให้เป็นเหตุผลการ “ยึดอำนาจ” ยังไม่จบ ขณะที่ประเด็นการเดินหน้าสรรหาอธิการบดีคนใหม่ของ มกช นั้น จาก …

ลุ้นเส้นทางเดินใน มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ความน่าเชื่อถือของกระบวนการ และตัวบุคคล ในการสรรหา-เสนอ “อธิการบดี” ที่ชัดเจน ถูกต้องเท่านั้น…จึงจะรอดพ้นบ่วงกรรม จากการถูกยึดอำนาจ Read More »

เปิดข้อมูล ช่วงเวลา และที่มา ของผู้นำโอลิมปิคไทย ตั้งแต่คนแรก จนถึงคนที่ 8 ที่ชื่อ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ เป็นใคร มาจากไหนบ้าง

     แม้จะมีความวุ่นวายหน่อยกับการดำเนินการ ซึ่งก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่วุ่นขนาดนี้ และก็ถือเป็นครั้งแรกที่ห้ามสื่อมวลชนเข้าไปร่วมในการประชุม ทั้งที่ยุคก่อนๆ สื่อมวลชนจะถือเป็นสักขีพยานต่อการประชุมมาตลอด     แต่อย่างไรก็ดี ก็เป็นไปตามคามคาดหมายครับกับการที่ องค์กรกีฬาสำคัญของไทย อย่าง คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ผู้นำ หรือ ประธานคนใหม่ ที่ชื่อ “ผศ.พิมล ศรีวิกรม์” ซึ่งข่าวที่รายงานก็คงทราบกันแล้ว แต่ที่นี่ก็อยากร่วมนำเสนอ ในส่วนของที่มาที่ไป และช่วงเวลาของ “ผู้นำบ้านอัมพวัน” แต่ละท่าน ก่อนที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง จากคนแรกจนกระทั่งคนล่าสุด     โดย The Station THAI ได้รวมรวมข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับเรื่อง “ช่วงเวลา-รายชื่อ” เพื่อเขียนถึงช่วงเวลาแต่ละยุคของผู้นำโอลิมปิคไทย และที่มาของแต่ละคนที่เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือที่เรียกกันคุ้น ว่า “บ้านอัมพวัน”      โดยเริ่มจากยุคเริ่มต้นขององค์กรนี้ ปี พ.ศ. 2491 ที่พระยาจินดารักษ์ เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทยคนแรกตอนนั้น ดำรงตำแหน่งท่านเป็น นายกสมาคมรักบี้ กรีฑา และเคย เป็นอดีตอธิบดีกรมพลศึกษา …

เปิดข้อมูล ช่วงเวลา และที่มา ของผู้นำโอลิมปิคไทย ตั้งแต่คนแรก จนถึงคนที่ 8 ที่ชื่อ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ เป็นใคร มาจากไหนบ้าง Read More »

วิพากษ์ : โค้งสุดท้ายศึกชิงผู้นำบ้านอัมพวัน หากวัดกันในมุมที่โลกแห่งกีฬายอมรับและชาติกีฬาที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่เขาทำ ‘ผศ.พิมลและทีมงาน’ เหนือกว่าคู่แข่งเยอะ

     การประชุมสมัชชาใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ วันที่ 25 มี.ค.2568 นี้ วาระสำคัญที่สุดคือ การจะได้มาซึ่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทยคนใหม่ ด้วยกระบวนการตามที่ธรรมนูญโอลิมปิคไทยกำหนดไว้      เมื่อมีการแข่งขันและเสนอตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง ย่อมต้องลุ้นว่าใครจะเป็นผู้นำบ้านอัมพวันคนใหม่      คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากลของไทย หลังจากมีเสียงเชียร์พอควร ก็ประกาศไม่ร่วมลุ้นตำแหน่งนี้ด้วย ซึ่งที่นี่และทีมงานที่คุยกัน ก็ไม่มีใครแปลกใจและเป็นไปตามคาดหมายด้วยซ้ำ      และมาถึงผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง 2 ท่านคือ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กับ คุณสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม ที่ประกาศตนเป็นทางการและเดิมหน้าเพื่อการเสนอตัวชิงชัยตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทยในครั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาและดุดันขึ้นทุกวัน      มีการประกาศแนวทางการทำงาน ซึ่งฟังแล้วก็น่าแปลกที่พูดถึง “เรื่องเงิน” และสิ่งที่จะให้มาด้วย ทั้งที่มีหลากหลายเรื่องราวที่ควรขายแนวคิดเพื่อการพัฒนาสมาชิกและองค์กร แต่ก็ต้องว่ากันไปแล้วแต่ “มุมมอง” ของผู้ที่จะมีส่วนร่วมโดยตรง      ถามว่าเกมนี้สู้กันรุนแรงขนาดไหน เมื่อถึงวันนี้ ต้องตอบว่าแรงมากกว่าที่เคยมี “กลุ่มทีมงาน” ของทั้งสองฝ่ายต่างก็ขยับตัวและประกาศตัวตนออกมาชัดเจน พร้อมใช้การติดต่อ เพื่อดึงคะแนนจากสมาชิกสมัชชาที่มีคะแนนในมือกันแบบหนักขึ้นเรื่อยๆ มีแม้กระทั่งข่าวการระบุว่าจะให้สิ่งตอบแทน และสัญญาว่ามากมาย …

วิพากษ์ : โค้งสุดท้ายศึกชิงผู้นำบ้านอัมพวัน หากวัดกันในมุมที่โลกแห่งกีฬายอมรับและชาติกีฬาที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่เขาทำ ‘ผศ.พิมลและทีมงาน’ เหนือกว่าคู่แข่งเยอะ Read More »

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!