เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (3) ยุคคัดเลือกจากการสรรหาผู้นำแบบเปิดกว้าง

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

     หลังจากนายแพทย์เจริญทัศน์ จินตนเสรี ครบวาระ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2544 ก็เข้าสู่ยุคการสรรหาผู้ว่าการ กกท.ที่จริงจัง โดยการนำของ พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ขณะนั้นดูแลงานกีฬาในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานบอร์ด กกท.

พลเอกธรรมรักษ์ (ขวา) และ นายสันติภาพ ที่ผ่านการสรรหาเป็นผู้ว่าการ กกท.คนแรก

     โดยขั้นตอนที่ดำเนินการนั้น บอร์ด กกท.จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อสรรหาผู้เหมาะสมที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยการเปิดกว้างให้ผู้สนใจและมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้สมัครเพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหา ที่จะเป็นผู้พิจารณาก่อนที่จะนำเสนอบอร์ด กกท. เพื่อพิจารณาขั้นสุดท้าย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบตามที่เสนอต่อไป

นายสันติภาพ และ ดร.สมชาย ในวันแสดงวิสัยทัศน์

     ซึ่งเป็นกระบวนการนี้ใช้มาจนมาถึงปัจจุบันนี้ ที่กำลังจะเริ่มกระบวนการนี้อีกครั้ง ก่อนที่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี จะครบวาระการครองตำแหน่งผู้ว่าการ กกท.ในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้

     โดยผู้ว่าการ กกท.ที่ผ่านกระบวนการนี้ที่ผ่านมา มีมาแล้วจำนวน 4 คน ไล่เรียงตามช่วงเวลาดังนี้

     ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544-31 ตุลาคม 2548

     นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ระหว่างวันที่ 21พฤศจิกายน 2549-30 มิถุนายน 2557

     ดร.สกล วรรณพงษ์ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2558-30 มิถุนายน 2561

     ดร.ก้องศักด ยอดมณี ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561-30 กันยายน 2569

     สิ่งสำคัญในกระบวนการนี้ หลักๆ คือ วิสัยทัศน์ของผู้สมัคร ที่จะนำเสนอว่า เขาจะทำอะไรให้กับวงการกีฬา หากได้เป็นผู้ว่าการ กกท….ถ้าใครนึกไม่ออก ก็ขอยก คำสัญญาจากผู้นำ กกท.คนล่าสุด ที่ได้เคยแสดงไว้ก่อนรับตำแหน่งมานำเสนอเป็นตัวอย่าง ว่าเขามีแผนหรือวิสัยทัศน์ใดจะทำให้วงการกีฬา เมื่อได้เข้ารับตำแหน่งบ้าง โดย 12 โครงการ ที่จะนำ “กีฬา” พัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ สังคม ตามที่ว่าไว้ ก่อนเริ่มงานเมื่อ 8 ปีก่อน  ประกอบด้วย

     1.โครงการยกระดับการให้บริการของ กกท. (Smart National Sports Park) จัดตั้งศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ หรือ National Training Center (NTC) ที่มีขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุด เพื่อรองรับการฝึกนักกีฬาในระดับนานาชาติ โดยเริ่มที่ กกท. หัวหมาก ก่อนขยายไปสู่ส่วนภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งภายในจะมีการจัดตั้ง Sport Complex ศูนย์รวมด้านสุขภาพ ดนตรี ศิลปะ และพิพิธภัณฑ์ด้านกีฬา ตลอดจน Healthy Community ลานกิจกรรมสีเขียวสำหรับออกกำลังกายของคนทุกเพศทุกวัย

     2.โครงการยกระดับการบริการวิทยาศาสตร์การกีฬา และเทคโนโลยีทางการกีฬาของ กกท. (SMART SPORTS SCIENCE CENTER) จัดตั้งศูนย์ให้บริการเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ครอบคลุมในทุกด้าน

     3.โครงการยกระดับหน่วยงานด้านกฎหมายของ กกท. (Sports Law)

     4.โครงการยกระดับการบริหารจัดการองค์กรทั้งระบบ (Smart Organization)

     5.โครงการพัฒนารวมฐานข้อมูลด้านกีฬา (Sports Big Data)

     6.โครงการส่งเสริม สนับสนุน การจัดการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sports Tourism)

     7.โครงการการจัดตั้งเมืองกีฬา (Sports City) จัดตั้งและพัฒนาจังหวัดให้เป็นเมืองกีฬาที่ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ กระจายความเจริญ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค

     8.โครงการยกระดับการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติ (Sports Entertainment) ยกระดับการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ให้มีมาตรฐานเทียบเคียงนานาชาติ ตลอดจนจัดงานมหกรรม SPORTS EXPO

     9.โครงการพัฒนานักกีฬาคนพิการอย่างครบวงจร (Sports for Disabilities)

     10.โครงการสลากกีฬา (Sports Lotto) จัดหาทุนส่งเสริมด้านกีฬา นอกเหนือจากทุนสนับสนุนจากภาครัฐ

     11.โครงการสนับสนุน ส่งเสริมกีฬาเอกลักษณ์ของชาติและกีฬาพื้นบ้านไทย (Thai Traditional Sports)

     และ 12.โครงการส่งเสริมกิจกรรมกีฬา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (Sports in 5 Southern Provinces) สร้างความสัมพันธ์ของเยาวชนและประชาชน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาต่อยอดไปสู่ความเป็นเลิศ

     นี่คือตัวอย่างของคำสัญญาหรือวิสัยทัศน์ที่นำเสนอของ ผู้ว่าการก้องศักด ก่อนที่จะได้รับการเลือกเข้ารับงาน ซึ่งผู้สมัครชุดต่อไปทุกคนจะต้องมีมาเสนอต่อคณะกรรมการสรรหา เพื่อช่วงชิงคะแนนให้กับตัวเองมากที่สุดเช่นกันนั่นเอง ส่วนใครจะสรรหามาจากไหนมาเขียนวิสัยทัศน์โชว์นั้น ก็ต้องอยู่ที่ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ที่อาจจะเป็นจริงหรือเพ้อฝัน หรือจะเห็นผล หรือไม่ก็ต้องอยู่ที่กรรมการที่จะให้คะแนนจะมองเห็นดีด้วยตามหรือไม่

RANDOM

โค้งสุดท้าย! อพวช. เชิญชวนนักวิทย์ นักคิด นักวิจัย ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดภาพทางวิทยาศาสตร์ Image of Science “วิจิตร วิจัย” ประจำปี 2567 ชิงเงินรางวัลรวม 50,000 บาท หมดเขตสมัครและส่งผลงาน 31 ก.ค. นี้

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!