มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ให้ทุนการศึกษาแก่นิสิต นักศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อใช้ในการค้นคว้าวิจัย ประจำปี 2566 เปิดรับสมัครแล้ว ถึง วันที่ 12 ม.ค. 67

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter
มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ประกาศรับสมัครขอรับทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาบัณฑิตศึกษา เพื่อใช้ในการค้นคว้าวิจัย ประจำปี 2566
.
หลักการและวัตถุประสงค์
มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ สนับสนุนการอบรมการศึกษา และให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาที่ขัดสน สนับสนุนสถาบันการแพทย์และจัดให้มีการรักษาพยาบาลแก่คนไข้ที่ยากจน และเผยแพร่พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในการสนับสนุนการอบรมการศึกษานั้น มูลนิธิฯ ได้มีโครงการให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ที่มีสัญชาติไทย ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนในประเทศไทย เพื่อใช้ในการค้นคว้าวิจัยในหลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก ในศาสตร์แขนงต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประเทศไทย และสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถในการค้นคว้าวิจัย  ซึ่งย่อมส่งผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศตามมา สมดังพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
.
ผู้มีสิทธิขอรับทุน
ผู้มีสิทธิขอรับทุน คือ นิสิตนักศึกษาที่มีสัญชาติไทย และลงทะเบียนรายวิชาในหลักสูตรบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท และ/หรือ ปริญญาเอก) ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และ/หรือ เอกชนในประเทศไทย
.
โครงการค้นคว้าวิจัยที่พึงประสงค์
ผู้มีสิทธิขอรับทุน ต้องเสนอโครงการค้นคว้าวิจัยของตนแก่คณะอนุกรรมการฯ โครงการดังกล่าว
1. จะต้องเป็นโครงการเพื่อการค้นคว้า และ/หรือ วิจัยตามหลักสูตร ระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก) ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และ/หรือ ของเอกชน ในประเทศไทยที่ผู้ขอรับทุนเป็นนิสิตนักศึกษาอยู่
2. เป็นโครงการค้นคว้า/วิจัย เพื่อทำวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์แล้ว
3. แนวเรื่องต่อไปนี้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
1) กรณีศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ/หรือ เกี่ยวกับ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7
2) พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร
3) เทคโนโลยีดิจิตอลในการสร้างสื่อใหม่
4) ภาษาในสังคมไทย
5) ศิลปะและวัฒนธรรมในสังคมไทย
6) ศาสนา ความเชื่อ และ/หรือ จริยธรรมในสังคมไทย
7) วิทยาศาสตร์พื้นฐาน
8) วิทยาศาสตร์ประยุกต์
9) วิศวกรรมศาสตร์ เช่น วิศวกรรมเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาพ
10) การเมืองภาคประชาชน/ประชารัฐ และ/หรือ การกระจายอำนาจ
11) สารสนเทศ และ/หรือ การสื่อสารมวลชนกับการพัฒนาสังคม
12) การพัฒนาทักษะของผู้เรียนเพื่อการดำเนินชีวิตในอนาคต
13) เศรษฐศาสตร์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
14) ปัญหาและทางเลือกของเกษตรกรไทย
15) ปัญหาภัยพิบัติในประเทศไทย
16) ประเด็นทางสังคม และ/หรือ ความมั่นคง เนื่องด้วยประชาคมอาเซียน (ASEAN)
17) ประวัติศาสตร์สังคมของไทย
18) การท่องเที่ยวในประเทศไทย ประโยชน์ และผลกระทบ
19) การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
20) การส่งเสริมสุขภาวะของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม
.
การจัดสรรเงินทุนให้โครงการ
– ผู้ขอรับทุนเสนอประมาณการค่าใช้จ่ายของโครงการตน ต่อคณะอนุกรรมการฯ
– คณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาจัดสรรเงินทุนที่ได้รับจากมูลนิธิฯ ในแต่ละปี โดยมีเกณฑ์การจัดสรร ดังนี้
ก. โครงการแต่ละโครงการจะได้รับทุน ไม่เกิน 20,000 บาท
ข. การจ่ายเงินทุนจะกระทำเป็น 2 งวด ด้วยกัน เป็นสัดส่วนของเงินทุนทั้งหมด ดังนี้
งวดที่ 1  เมื่อตัดสินให้ทุน 50%
งวดที่ 2  เมื่อส่งเล่มวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ 50%
โครงการในที่นี้ รวมความถึงโครงการเพื่อผลิตผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น นอกจากงานเขียน เช่น การจัดทำชุดภาพนิ่ง ภาพยนตร์ ผลงานทางด้านศิลปะ เครื่องทุ่นแรง เป็นต้น
.
.
การสมัครขอรับทุน
ให้ผู้ขอรับทุนยื่นเอกสารได้ ดังนี้
1. ขอรายละเอียดและสมัครด้วยตนเอง ได้ที่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 (กลุ่มงานกิจการทั่วไป สำนักบริหารงานกลาง) ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โทร. ๐2-242-5900 ต่อ 5241 – 5244 (Download ใบสมัครได้ที่ เว็บไซต์ของมูลนิธิฯ  www.parliament.go.th/kingrama7 เว็บไซต์ของรัฐสภา www.parliament.go.th ภายใต้หัวข้อ ข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ ทาง Facebook มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ ร.7)
2. สมัครทางไปรษณีย์ ส่งที่ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (กลุ่มงานกิจการทั่วไป สำนักบริหารงานกลาง) เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2566 ถึง วันที่ 12 มกราคม 2567 พร้อมเอกสาร ดังนี้
1) ใบสมัครขอรับทุนของมูลนิธิฯ ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ได้รับรองประมาณการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแล้ว จำนวน 1 ชุด และสำเนาใบสมัครดังกล่าว จำนวน 1 ชุด
2) สำเนาใบลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ขั้นบัณฑิตศึกษา ของ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนในปีการศึกษานั้น ๆ (ออกโดยสถาบันการศึกษานั้น ๆ)
3) เอกสารวินิจฉัยความสามารถทางวิชาการ (recommendation) ของผู้สมัคร จากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ (เสนอเป็นการลับ โดยการปิดผนึก ในกรณีที่สมัครทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อ 3 ให้ผู้สมัครขออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ส่งเอกสารนี้ให้มูลนิธิฯ โดยตรง ทาง E-mail : kingrama7@parliament.go.th ภายในวันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2567)
4) สำเนาโครงร่างวิทยานิพนธ์ ซึ่งได้รับอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน จำนวน 1 ชุด
5) รูปถ่ายครึ่งตัว ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป
3. สมัครทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) โดยแนบเอกสารตามรายละเอียด ข้อ 2 1) – 5) ส่งที่ E-mail : kingrama7@parliament.go.th (อนุโลมการลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์)
นอกเหนือจากการพิจารณาเอกสารเหล่านี้แล้ว คณะอนุกรรมการฯ สงวนสิทธิที่จะใช้วิธีการสัมภาษณ์เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาให้ทุน หากมีการสัมภาษณ์จะได้แจ้งการจัดวันสัมภาษณ์ไปให้ผู้สมัครทราบทางไปรษณีย์ตอบรับ
.
การประกาศผล
คณะอนุกรรมการฯ จะแจ้งผลการพิจารณาการให้ทุนให้ผู้สมัครทราบ ภายในเดือนเมษายน 2567 หรือ ก่อนหน้านั้น ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
.
ข้อผูกพันของทุน
ผู้ที่ได้รับทุน
1. ต้องทำการค้นคว้าวิจัยตามโครงการที่เสนอให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด หากทำวิทยานิพนธ์ไม่สำเร็จ หรือ พ้นสภาพจากนิสิต นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยต้องคืนเงินทั้งหมดที่ได้รับไปจากมูลนิธิฯ แล้ว
2. ต้องติดตามให้อาจารย์ที่ปรึกษา ส่งรายงานความคืบหน้าของการทำวิทยานิพนธ์ให้คณะอนุกรรมการฯ ทราบภายในเดือนกันยายนของทุกปี
3. เมื่อทำการค้นคว้าวิจัยแล้วเสร็จ ต้องส่งวิทยานิพนธ์ที่เสนอต่อสถาบันการศึกษา ให้แก่ คณะอนุกรรมการฯ จำนวน 1 ชุด ทันทีที่แล้วเสร็จ
4. ต้องมีข้อความแสดงถึงการได้รับความสนับสนุนการค้นคว้าวิจัย จาก มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี หรือ ในภาษาอังกฤษว่า “The King Prajadhipok and Queen Rambhai Barni Memorial Foundation” ในกิตติกรรมประกาศของวิทยานิพนธ์ เพื่อแสดงถึงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์
5. ต้องส่งบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ พร้อมไฟล์ PDF ซึ่งเขียนขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แก่บุคคลทั่วไปให้แก่คณะอนุกรรมการฯ จำนวน 1 ชุด
6. ควรยินดีให้ความร่วมมือกับคณะอนุกรรมการฯ ในการจัดหาสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการค้นคว้าวิจัยในโครงการ เพื่อเป็นสมบัติของมูลนิธิฯ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ จะได้มอบค่าใช้จ่ายตามที่จำเป็นในการจัดหาให้ตามที่ตกลงเป็นกรณี ๆ ไป
.
นอกเหนือจากนี้ ผู้รับทุนไม่มีพันธกรณีใด ๆ ต่อมูลนิธิฯ และในทางตรงกันข้าม มูลนิธิฯ ไม่มีพันธกรณีใด ๆ ต่อผู้รับทุน แต่มูลนิธิฯ หวังว่าผู้รับทุนจะรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ ตามแต่โอกาสจะอำนวยต่อไป
.
สอบถามรายละเอียดและขอใบสมัครขอรับทุนได้ที่
1. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 (กลุ่มงานกิจการทั่วไป สำนักบริหารงานกลาง) ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โทร. 02-242-5900 ต่อ 5241 – 5244 (เว็บไซต์ของมูลนิธิฯ www.parliament.go.th/kingrama7 เว็บไซต์ของรัฐสภาที่ www.parliament.go.th ภายใต้หัวข้อ ข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และทาง Facebook มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ ร.7)
2. สมัครทางไปรษณีย์ส่งที่ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (กลุ่มงานกิจการทั่วไป สำนักบริหารงานกลาง) เลขที่ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
3. สมัครทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยส่งที่ E-mail : kingrama7@parliament.go.th
.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://shorturl.asia/AgBUX
.
อ้างอิงจาก https://shorturl.asia/CnqGx

RANDOM

IBA (ไอบ้า) ปลดล็อกความกังวล เมื่อยอมอ่อนข้อ ปล่อยนักมวย เจ้าหน้าที่เทคนิค และโค้ช สังกัด IBA เข้าช่วยการแข่งขัน European Games 2023 เพื่อคัดสู่โอลิมปิกเกมส์ 2024 ภายใต้ การดำเนินการของโอลิมปิกสากลแล้ว

กรมการพัฒนาชุมชน จัดอบรมพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล ประจำปี 2568 หนุนเยาวชนรุ่นใหม่สานต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ แข่งขันได้ในตลาดสากล

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!