‘ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์’ นายกสมาคมกีฬาบริดจ์ ประกาศวางมือแล้ว หลังจากเป็นผู้นำมา 10 ปี วางรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาไว้อย่างน่าพอใจ เพื่อให้ผู้นำใหม่สานงานต่อ

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

     สมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องราชกรีฑา สมาคมราชกรีฑาสโมสร โปโลคลับ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ นายชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ ได้ประกาศวางมือจากตำแหน่ง นายกสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เพื่อส่งต่อให้กับผู้นำคนใหม่ พร้อมกับการนำเสนอผลการดำเนินงานในรอบ 10 ปี ของการทำงานต่อที่ประชุมใหญ่ ดังนี้
1 ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงของ “ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์”
ผู้สร้างยุคใหม่ของกีฬาบริดจ์ไทย
ในประวัติศาสตร์ของกีฬาแต่ละชนิด มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่ถูกจดจำว่าเป็น “ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ช่วงเวลาที่กีฬานั้นก้าวจากจุดเดิมไปสู่อนาคตใหม่อย่างมีทิศทาง สำหรับวงการกีฬาบริดจ์ของประเทศไทย ช่วงเวลาเช่นนั้นเกิดขึ้นในช่วง ทศวรรษที่ผ่านมา และหนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือ “บิ๊กเลาะ” ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ นายกสมาคมสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 10 ปี ของการบริหารงาน กีฬาบริดจ์ไทยได้ค่อย ๆ พัฒนาและเติบโตจากฐานเดิม สู่การเป็นกีฬาสมองที่มีระบบการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
ในอดีต กีฬาบริดจ์ในประเทศไทย มักถูกมองว่าเป็นกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม และยังไม่ได้ขยายตัวไปสู่เยาวชนหรือสถาบันการศึกษาในวงกว้าง ความท้าทายสำคัญของการบริหารสมาคมในช่วงเวลานั้น คือการทำให้กีฬาบริดจ์ ก้าวออกจากกรอบเดิม และสร้างการเติบโตในระยะยาว แนวคิดสำคัญที่ถูกนำมาใช้คือการ สร้างระบบการพัฒนาอย่างเป็นโครงสร้าง ทั้งการขยายฐานนักกีฬา, การสร้างผู้ฝึกสอน และการพัฒนาเวทีการแข่งขัน
การสร้างรากฐานเยาวชนบริดจ์ไทย
หนึ่งในแนวทางสำคัญของการพัฒนากีฬาบริดจ์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คือ การนำกีฬาบริดจ์เข้าสู่ระบบการศึกษา การทำงานร่วมกับโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ช่วยเปิดโอกาสให้เยาวชนจำนวนมากได้รู้จักและเรียนรู้กีฬาบริดจ์ จากจุดเริ่มต้นเพียงไม่กี่แห่ง เครือข่ายสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมพัฒนากีฬาบริดจ์ ได้ขยายตัวไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศ การเติบโตของเครือข่ายดังกล่าว ทำให้เกิดนักกีฬาบริดจ์รุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการสร้างระบบการแข่งขันสำหรับเยาวชน ซึ่งกลายเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา จากกิจกรรมสู่ระบบนิเวศน์กีฬา อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของการพัฒนากีฬาบริดจ์ไทย คือ การสร้างระบบนิเวศกีฬา (Sport Ecosystem) การพัฒนาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในสนามแข่งขัน แต่เกิดจากองค์ประกอบหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน เช่น ระบบการพัฒนาผู้ฝึกสอน โครงสร้างการแข่งขัน เครือข่ายสถาบันการศึกษา ความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ระบบเหล่านี้ช่วยให้กีฬาบริดจ์มีพื้นฐานการพัฒนาที่มั่นคงและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน กีฬาบริดจ์ ยังได้รับการนำเสนอในมิติของ Mind Sport ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การวางแผน และการทำงานเป็นทีม แนวคิดนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของกีฬาบริดจ์ในสังคมไทยค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป
วิสัยทัศน์ต่ออนาคตของกีฬาบริดจ์ไทย
นายชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ กล่าวว่า “กีฬาบริดจ์ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันของเกมไพ่ แต่เป็นกีฬาสมองที่ช่วยพัฒนาความคิด การวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของเยาวชนในโลกยุคใหม่” เขาเชื่อว่ากีฬาบริดจ์สามารถเป็น เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของประเทศ โดยเฉพาะในด้านการสร้างกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์และการตัดสินใจ
“ผมอยากเห็นกีฬาบริดจ์ได้รับการสนับสนุนมากขึ้น จากทั้งภาครัฐ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพราะกีฬาบริดจ์มีคุณค่าต่อการพัฒนาเยาวชนของชาติ”
“หากประเทศไทยสามารถนำกีฬาสมองอย่างบริดจ์ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเยาวชน ผมเชื่อว่าจะช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะการคิด และสามารถเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตได้”
การส่งต่อยุคใหม่ของบริดจ์ไทย
นายชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ และคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย จะหมดวาระลงในเดือน พ.ค.2569 และจะต้องจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมท่านใหม่ ภายใน 30 วัน ซึ่งจะอยู่ในเดือน มิ.ย. การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำ แต่ยังเป็นช่วงเวลาของการส่งต่อยุคใหม่ของบริดจ์ไทย ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา การบริหารงานของ “ชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์” ได้สร้างรากฐานสำคัญให้กับการพัฒนากีฬาบริดจ์ของประเทศ และรากฐานเหล่านี้ กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทต่อไปในประวัติศาสตร์ของบริดจ์ไทย
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของยุคหนึ่ง แต่เป็นการเปิดประตูสู่อนาคต บนพื้นฐานของการทำงานและวิสัยทัศน์ที่ถูกสร้างขึ้นตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา.

RANDOM

กกท.และเจ้าภาพกาญจนบุรี ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 38 “กาญจนบุรีเกมส์” เพื่อแบ่งสายแข่งกีฬาเรียบร้อยและวางงานทุกด้านครบครันแล้ว

“ก้องศักด” นั่งผู้ว่า กกท.เป็นทางการแล้วหลังจาก ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอตามมติจากบอร์ด กกท.เข้าไป นับเป็นคนที่ 2 ที่ได้ต่อวาระในตำแหน่งผู้ว่าการ กกท.

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!