กมช. เผย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หน่วยงานด้านการศึกษา-สาธารณสุข พบการโจมตีสูงสุด

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เปิดเผย รายงานสรุปผลการดำเนินงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 ที่ถูกตรวจพบมากที่สุด มีจำนวนทั้งสิ้น 551 เหตุการณ์

การโจมตีด้วยการแฮ็กเว็บไซต์ (Hacked Website) เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเผยแพร่หน้าเว็บไซต์ (Website Defacement) และการปลอมแปลงหน้าเว็บไซต์เพื่อหลอกเอาข้อมูล (Website Phishing) การฝังมัลแวร์อันตรายบนหน้าเว็บไซต์หน่วยงาน เพื่อหลอกให้ผู้เข้าถึงเว็บดาวน์โหลดไปติดตั้ง (Website Malware) รวม 367 เหตุการณ์

Ransomware เป็นมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่สามารถเข้ารหัสลับข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้ รวม 21 เหตุการณ์ และ Emotet Malware เป็นมัลแวร์ที่ขโมยข้อมูลทางการเงิน เช่น รหัสผ่านบัญชีธนาคารออนไลน์ และมีความสามารถในการแพร่กระจายตัวเองผ่านเครือข่ายและการส่งอีเมลหลอกลวง (Phishing mail) รวม 9 เหตุการณ์

ขณะที่ หน่วยงานที่ถูกโจมตีด้วยภัยคุกคามทางไซเบอร์ ได้แก่  หน่วยงานด้านการศึกษา 211 เหตุการณ์ หน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ 135 เหตุการณ์ และ หน่วยงานด้านสาธารณสุข 67 เหตุการณ์ ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ การโจมตีด้วยการแฮ็กเว็บไซต์หน่วยงานราชการและหน่วยงานสำคัญเป็นรูปแบบที่ถูกตรวจพบมากที่สุด หน่วยงานด้านการศึกษาและด้านสาธารณสุขพบการโจมตีทางไซเบอร์สูงสุด และ อาชญากรทางไซเบอร์ในไทยมีการใช้เทคนิคผสมผสานระหว่าง Phishing และ Social Engineering (เทคนิคการหลอกลวงโดยใช้หลักการพื้นฐานทางจิตวิทยา เพื่อให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูล) ทำให้มีหลากหลายรูปแบบในการหลอกลวงเหยื่อเพื่อให้ได้ทรัพย์สิน

ทั้งนี้ รายงานฉบับดังกล่าว ยังได้เสนอแนะการแก้ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ ไว้ดังนี้ กรณีถูกโจมตีด้วยการแฮ็กเว็บไซต์ หน่วยงานภาครัฐและผู้ดูแลระบบควรดำเนินการปรับปรุง “แพทช์” ของระบบปฏิบัติการ หรือ ระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ (แพทช์ คือ โปรแกรมที่ใช้ซ่อมแซมจุดบกพร่องของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ ปรับปรุงข้อมูลโปรแกรมให้ทันสมัย เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น) การดูแลเว็บไซต์และระบบที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาครัฐควรดูแลและพัฒนาเว็บไซต์ พร้อมทั้งตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐต้องสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะรูปแบบและวิธีการที่เหล่ามิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวง และสุดท้าย การป้องกันความเสี่ยงมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ควรมีการดำเนินการปรับปรุงแผนปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการสำรองข้อมูลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562 อย่างเคร่งครัด

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3ZbbjXQ

RANDOM

จับตาเพื่อไทยครองเก้าอี้ “หัวโต๊ะกีฬา” ในรัฐบาลใหม่ หลังบิ๊กเพื่อไทยส่งสัญญาณแรก ถึง “ทีมบิ๊กป้อม” ทั้งบอร์ด กกท.และ บอร์ด กองทุน ควรทบทวน การกลับมาคิดจัดเอเชี่ยนอินดอร์ และมาเชียลอาร์ตเกมส์

โครงการรักษ์ภาษาไทย สานคุณค่าและความสำคัญของความเป็นไทย จัดการประกวดแต่งบทเพลงและการแสดงพื้นบ้าน “ฉ่อย” ชิงทุนการศึกษามูลค่า 1.2 แสนบาท เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ 29 ก.ค. 66

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!