ไทยต้อนรับนักกีฬาต่างชาติเข้าร่วมอาเซียนพาราเกมส์อบอุ่น-อำนวยความสะดวกเต็มที่ เติมพลังทัพไทยทวงเจ้าเหรียญทอง-จบการแข่งขันไม่นาน รอรับเงินรางวัลได้ทันที

ทัพนักกีฬาพารามาเลเซีย, เมียนมา, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทยอยเดินทางถึงไทยแล้ว เตรียมเข้าร่วมมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ร่วมต้อนรับ อำนวยความสะดวกให้ทุกชาติอย่างเต็มที่ พร้อมเติมพลังให้ทัพไทยทวงเจ้าเหรียญทอง จบการแข่งขันไม่นาน รอรับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้ทันที
ความเคลื่อนไหวของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินทางไปต้อนรับคณะนักกีฬาจากประเทศมาเลเซีย และ เมียนมา ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนที่ทั้ง 2 ชาติจะเดินทางสู่จังหวัดนครราชสีมา ต่อไป

ดร.ก้องศักด กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ทัพนักกีฬาชาติต่าง ๆ จากอาเซียนเดินทางถึงประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งการเดินทางมาจะมากันเป็นกลุ่มใหญ่ การต้อนรับจึงแตกต่างจากซีเกมส์ที่ผ่านมา ซึ่งเราอำนวยความสะดวกนักกีฬาทุก ๆ ชาติตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จนถึงการเดินทางเข้าที่พักที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้นักกีฬาทุกชาติได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด ซึ่งถึงเวลานี้ยังไม่มีเรื่องอะไรน่ากังวล การที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพ ถือว่าสร้างความมั่นใจได้อย่างดีในการที่จะจัดการแข่งขันออกมาได้อย่างมีมาตรฐาน เพราะจังหวัดนครราชสีมา มีประสบการณ์จากการจัดกีฬาคนพิการอยู่เป็นประจำ
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ขณะที่นักกีฬาพาราไทย มีเป้าหมายจะครองเจ้าเหรียญทองให้ได้อีกครั้ง หลังเคยคว้าตำแหน่งเจ้าเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์มากที่สุด 6 สมัย และทำได้ครั้งล่าสุดในการแข่งขัน ครั้งที่ 8 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2558 แต่ก็จะประมาทอินโดนีเซีย ที่แข็งแกร่ง ได้เจ้าเหรียญทอง 3 สมัยหลังสุด รวมไปถึง เวียดนาม และมาเลเซีย ที่แข็งแกร่งเช่นกันไม่ได้

“ขอเชิญชวนแฟนกีฬาร่วมชมและเชียร์นักกีฬาไทย รวมถึงชาติอื่น ๆ ซึ่งจะร่วมแข่งขันระหว่างวันที่ 20-26 มกราคมนี้ เชื่อว่าการแข่งขันจะสนุกตื่นเต้นแน่นอน โดยนักกีฬาของเราอยู่ในระดับโลกหลายกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกรีฑา, วีลแชร์เรซซิ่ง, ว่ายน้ำ, บอคเซีย, เทเบิลเทนนิส และ แบดมินตัน ซึ่ง 19 กีฬาที่เราจัดแข่งขัน เรามีความหวังที่จะต่อยอดไปถึงการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ด้วย” ดร.ก้องศักด กล่าว
สำหรับเงินรางวัลที่จะมอบให้นักกีฬาพาราทีมชาติไทยนั้น ดร.ก้องศักด กล่าวว่า บอร์ด กกท. และ บอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้อนุมัติกรอบการบริหารจัดการเรียบร้อยแล้ว นักกีฬาจะได้รับเงินรางวัลทันทีเช่นเดียวกับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งแข่งขันจบวันที่ 20 ธันวาคม 2568 และได้รับเงินรางวัลในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 นักกีฬาไม่ต้องกังวลว่าจะรอนาน โดยตามระเบียบกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เงินรางวัลสำหรับกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ เหรียญทอง 200,000 บาท, เหรียญเงิน 100,000 บาท และ เหรียญทองแดง 50,000 บาท

สำหรับมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 บรรจุกีฬาแข่งขัน 19 ชนิด ประกอบด้วย กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, ฟุตบอล 5 คน, บอคเซีย, หมากรุกสากล, จักรยาน, ฟุตบอล 7 คน, โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอลนั่ง, ยิงปืน, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์ฟันดาบ, วีลแชร์เทนนิส และโบว์ลิ่ง ชิงชัย 493 เหรียญทอง











