ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เชื่อมั่นปี 2569 เวิลด์คลาสสปอร์ตอีเวนท์ ในไทย อาทิ โมโตจีพี, วอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ลีก, บุรีรัมย์มาราธอน จะช่วยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศได้มหาศาล รวมทั้งปีนี้ยังมีโครงการ กีฬาเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กันไปด้วย โดยจะนำกีฬามวยไทย และกีฬาเชิงท่องเที่ยวหลาย ๆ ชนิดที่น่าสนใจ เผยแพร่สู่สายตาชาวโลก เริ่มเดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่ซาอุดีอาระเบีย

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า ตลอดปี 2568 ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์คลาสสปอร์ตอีเวนท์ หรือรายการกีฬาระดับโลกมากมาย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากทั้งแฟนกีฬาชาวไทย และแฟนกีฬาทั่วโลก รวมไปถึงช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งเฉพาะซีเกมส์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 12,000 ล้านบาท


ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ส่วนในปี 2569 ไทยเรายังคงได้จัดเวิลด์คลาสสปอร์ตอีเวนท์ อย่างต่อเนื่อง และมีหลายรายการตลอดปีเช่นเดิม ซึ่งเราจะต้องพยายามทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงมากขึ้นอีก อาทิ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในปีที่ผ่านมาเราสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ 5,000 ล้านบาท ปีนี้ซึ่งไทยได้จัดทั้งสนามทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล และเปิดสนามแรก เดือนกุมภาพันธ์ ก็ตั้งใจที่จะทำให้เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ลีก เดือนมิถุนายน ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีสามารถที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากมายเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี บุรีรัมย์มาราธอน วันที่ 24 มกราคม และรายการอื่น ๆ อีกที่จะทำให้มูลค่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 โตใกล้เคียงหรือมากกว่าปี 2568

“นอกจากเวิลด์คลาสสปอร์ตอีเวนท์ที่จะเข้ามาจัดการแข่งขันในประเทศไทยหลายรายการตลอดปีนี้แล้ว ปีนี้เรายังมีโครงการ กีฬาเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง กกท. และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยจะนำกีฬามวยไทย และกีฬาเชิงท่องเที่ยวหลาย ๆ ชนิดที่ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยม เผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะเริ่มต้นที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะขยายต่อไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่อไป” ผู้ว่าการกกท. กล่าว












