ส่องกล้องมองม้าก่อนแข่ง ศึกสนามฝรั่ง วันที่ 25 ตุลาคม 2569 มาแล้ว เพื่อความสนุกสนาน โดย “บิ๊กบอย” เช่นเดิม ทั้ง 7 เที่ยวแข่ง ติดตามด้านล่างครับ

เที่ยวที่ 1 – Khao Sok Stakes (ม้าเทศ คลาส 3B) – 1300 เมตร
มังกรตองสิบ (6) ซึ่งจบอันดับที่ 9 ในเที่ยวล่าสุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยทำผลงานได้ดี ด้วยการจบอันดับที่ 2 และ 3 และ เรตติ้งยังปรับลดลง 4 แต้ม มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 56 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ อมรฤทธิ์ เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้ง ไปทางด้าน พยัคฆ์ธงไชย (12) ที่ฟอร์มกำลังดีมาก หลังคว้าชัยมาได้ 2 วินติดต่อกัน ก่อนจะจบอันดับที่ 2 ในเที่ยวล่าสุด ในเที่ยวนี้แบกน้ำหนักเพียง 54 กิโลกรัม และได้ซองออกตัวที่ดีในซอง 5 โดยมีจ๊อกกี้ รณชัย เป็นผู้ขี่ จึงถือเป็นม้าที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ส่วน มงคลสาธุ (3) ผลงานช่วงหลังยังไม่สามารถติดอันดับต้นๆ ได้ แต่เริ่มแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้วยการจบอันดับที่ 4 เมื่อสองเที่ยวก่อน ในเที่ยวนี้ได้จ๊อกกี้ กิตติทรรษ์ เป็นผู้ขี่ อย่างไรก็ตาม การออกจากซอง 11 อาจทำให้งานยากขึ้นพอสมควร

เที่ยวที่ 2 – Kaeng Krachan Stakes (ม้าเทศ คลาส 3A) – 1300 เมตร
ดราก้อนเกิร์ล (12) ที่ฟอร์มกำลังโดดเด่นอย่างมาก โดยชนะมาแล้ว 3 วิน และจบอันดับที่ 2 อีก 1 ครั้ง จาก 5 เที่ยวหลังสุด รวมถึงชัยชนะ 2 วินติดต่อกันด้วย แม้เรตติ้งจะเพิ่มขึ้น 5 แต้ม แต่เที่ยวนี้ยังแบกน้ำหนักเพียง 54 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ คมน์ เป็นผู้ขี่ จึงถือเป็นตัวเต็งของเที่ยวนี้ ส่วน ลูกอีสาน (13) ซึ่งมีฟอร์มที่สม่ำเสมอ โดยจบอันดับที่ 2 และ 3 ในสองเที่ยวล่าสุด ในเที่ยวนี้ได้เปรียบจากการออกจากซองด้านในสุดอย่างซอง 1 โดยมีจ๊อกกี้ แสงรุ้ง เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสสูงที่จะติดอันดับต้นๆ อีกครั้ง สำหรับ บลูอาย (8) ที่จบอันดับที่ 5 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากจบอันดับที่ 3 ในเที่ยวก่อนหน้านั้น ในเที่ยวนี้แบก 55.5 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ แมน-วิจิตรกร เป็นผู้ขี่ แต่การออกจากซองนอกอย่างซอง 13 อาจทำให้งานยากขึ้นพอสมควร

เที่ยวที่ 3 – Kui Buri Stakes (ม้าเทศ คลาส 4A) – 1300 เมตร
น้องใหม่ (8) ซึ่งกลับมาคว้าชัยได้ในเที่ยวล่าสุด หลังจากทำผลงานได้ไม่ดีนัก ในหลายเที่ยวก่อนหน้านั้น แม้เรตติ้งจะเพิ่มขึ้น 6 แต้ม แต่เที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 55 กิโลกรัม และได้ออกจากซอง 5 พร้อมทั้งมีจ๊อกกี้ ธัญญะ เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสคว้าชัยเป็นวินที่ 2 ติดต่อกัน มองไปที่ โชคเดชา (9) ที่ทำผลงานได้น่าพอใจ ด้วยการจบอันดับที่ 2 ในเที่ยวล่าสุด และเคยจบอันดับที่ 2 เมื่อสามเที่ยวก่อนเช่นกัน มาเที่ยวนี้แบก 54.5 กิโลกรัม และมีจ๊อกกี้ ตั้ม-จตุพล เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสติดอันดับต้นๆ ได้อีกครั้ง ส่วนทางด้าน ยอดธง (14) ที่ต้องเร่งฟื้นฟอร์ม หลังจบอันดับที่ 12 ในเที่ยวล่าสุด และผลงานช่วงหลังยังไม่สม่ำเสมอ แต่เที่ยวนี้ได้เปรียบจากซองออกตัวที่ดีในซอง 2 และแบกน้ำหนักเบาเพียง 53 กิโลกรัม โดยการที่มีจ๊อกกี้ บุญชนะ เป็นผู้ขี่ ซึ่งอาจช่วยให้ทำผลงานได้ดีขึ้น

เที่ยวที่ 4 – Sai Yok Stakes (ม้าเทศ คลาส 4B) – 1300 เมตร
มังกรนารา (2) ที่ผลงานใน 5 เที่ยวหลังสุดเคยจบอันดับที่ 5 สองครั้ง แต่ยังไม่สามารถติดสามอันดับแรกได้ อย่างไรก็ตาม เที่ยวนี้ได้เปรียบอย่างมาก จากการออกจากซองด้านในสุด อย่างซอง 1 และแบกน้ำหนัก 54.5 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ คมน์ เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสทำผลงานได้ดีในเที่ยวที่ดูสูสีนี้ ไปทางด้าน ชัยสยาม (5) ที่เริ่มพัฒนาฟอร์มขึ้นด้วยการจบอันดับที่ 4 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากผลงานที่ไม่น่าพอใจในหลายเที่ยวก่อนหน้านั้น มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 54 กิโลกรัม และมีจ๊อกกี้ รณชัย เป็นผู้ขี่ หากพัฒนาฟอร์มขึ้นอีกเล็กน้อยก็มีโอกาสลุ้นติดอันดับได้เช่นกัน ส่วน สุภาพบุรุษ (12) ซึ่งผลงานช่วงหลังยังไม่ดีนัก โดยจบอันดับที่ 11 ในเที่ยวล่าสุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยจบอันดับที่ 4 และคว้าชัยมาแล้ว มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 54 กิโลกรัม และมีจ๊อกกี้ เพชร-ณัฐภูมิ เป็นผู้ขี่ มารอดูกันว่าเขาจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาอย่างที่มีการลุ้นได้หรือไม่

เที่ยวที่ 5 – Phu Kradueng Stakes (ม้าไทย คลาส 5) – 1300 เมตร
ยูท่าห์ (1) ซึ่งเป็นม้าที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยวนี้ และต้องแบกน้ำหนักสูงสุด 60 กิโลกรัม แต่การมีจ๊อกกี้ เจ้าติ่ง-สันติภาพ เป็นผู้ขี่ แม้จะจบอันดับที่ 8 ในเที่ยวล่าสุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยจบอันดับที่ 2 และ 3 ก็แสดงให้เห็นว่ายังมีความสามารถเพียงพอที่จะแข่งขันในคลาสนี้ ไปทางด้าน ดราก้อนมูน (4) ม้าเพศผู้อายุ 2 ปีตัวนี้ จบอันดับที่ 4 ในเที่ยวล่าสุด และเคยคว้าชัยเมื่อสามเที่ยวก่อน มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 57 กิโลกรัม และออกจากซอง 5 โดยมีจ๊อกกี้ แมน-วิจิตรกร เป็นผู้ขี่ ถือเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองมากทีเดียว ส่วน ลาวีอองโรส (7) ที่ผลงานช่วงหลังยังไม่โดดเด่นนัก แต่เคยจบอันดับที่ 3 เมื่อห้าเที่ยวก่อน มาเที่ยวนี้ได้เปรียบจากซองออกตัวที่ดี ในซอง 3 และแบกน้ำหนักต่ำสุดเพียง 52 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ ชิรากรณ์ เป็นผู้ขี่ ซึ่งอาจช่วยให้ทำผลงานได้ดีขึ้น

เที่ยวที่ 6 – Doi Inthanon Stakes (ม้าไทย คลาส 3) – 1300 เมตร
น้องเอ็นดู (1) ซึ่งตอนนี้ฟอร์มกำลังดีมาก โดยชนะมาแล้ว 2 วิน และจบอันดับที่ 2 อีก 1 ครั้งจาก 3 เที่ยวล่าสุด เป็นม้าที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยวนี้ และต้องแบกน้ำหนักสูงสุด 60 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ ธัญญะ เป็นผู้ขี่ จึงถือเป็นม้าเด่น ที่คู่แข่งต้องเอาชนะให้ได้ในเที่ยวนี้ มองไปที่ เซ็พเทมเบอร์ (4) ที่เป็นหนึ่งในม้าที่มีฟอร์มสม่ำเสมอที่สุด โดยจบอันดับที่ 2 มาสี่เที่ยวติดต่อกันก่อนการลงแข่งครั้งล่าสุด มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 56.5 กิโลกรัม และได้ซองออกตัวที่ดีในซอง 2 และการได้จ๊อกกี้ ศิรดา เป็นผู้ขี่ ก็ถือเป็นคู่แข่งสำคัญของตัวเต็ง สำหรับ บลูมมิ่งวิล (2) ซึ่งคว้าชัยมาแล้วถึง 3 วินจาก 5 เที่ยวหลังสุด แม้จะจบอันดับที่ 6 ในเที่ยวล่าสุดก็ตาม ในเที่ยวนี้ม้าเพศเมียอายุ 3 ขวบตัวนี้ แบกน้ำหนัก 58 กิโลกรัม และมีจ๊อกกี้ นิธิกร เป็นผู้ขี่ จึงเชื่อว่ายังมีความสามารถเพียงพอที่จะกลับมาคว้าชัยได้อีกครั้ง

เที่ยวที่ 7 – Khao Yai Stakes (ม้าเทศใหม่ คลาสพรีเมียม) – 1200 เมตร
คอนโดมิเนียม (2) ซึ่งลงแข่งเที่ยวนี้หลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในเที่ยวล่าสุด ด้วยการคว้าชัยเป็นวินที่ 2 จาก 4 เที่ยวหลังสุด มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 57.5 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ เบนซ์-อาชาวิน เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสรักษาฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง มองไปทางด้าน อดิตยาเบอร์ล่า (6) เป็นม้าที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง หลังคว้าชัยมาได้ 2 วินติดต่อกัน และชนะมาแล้วถึง 3 วิน จากการลงแข่งเพียง 4 เที่ยว แม้เรตติ้งจะเพิ่มขึ้น 8 แต้ม แต่เที่ยวนี้ยังแบกน้ำหนักเพียง 53.5 กิโลกรัม โดยมีจ๊อกกี้ เจ้าติ่ง-สันติภาพ เป็นผู้ขี่ ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างมาก สำหรับ เซย์อิทโซ (1) ที่เป็นม้าที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยวนี้ โดยชนะมาแล้ว 2 วิน และจบอันดับที่ 2 อีก 1 ครั้งจาก 3 เที่ยวล่าสุด มาเที่ยวนี้ได้จ๊อกกี้ แมน-วิจิตรกร เป็นผู้ขี่ แต่ต้องแบกน้ำหนักสูงสุดถึง 62 กิโลกรัม ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำคัญเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งฝีเท้าดีที่แบกน้ำหนักเบากว่า แต่ก็ยังไม่น่ามองผ่าน











