ส่องกล้องมองม้าก่อนแข่ง โดย ‘บิ๊กบอย’ นัดวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่สนามฝรั่ง เพื่อความบันเทิง มาแล้วครับ ติดตามทั้ง 8 เที่ยวแข่ง เพื่อความสนุกสนานก่อนลุย ด้านล่างครับ

เที่ยวที่ 1 – Seri Thai Park Stakes (ม้าเทศ โอเพ่นเมเด้น) – ระยะ 1,100 เมตร
มังกรตองสิบสอง (3) ซึ่งเป็นม้าที่มีฝีเท้าดี สร้างผลงานได้อย่างสม่ำเสมอที่สุดในเที่ยวนี้ โดยติดอันดับที่ 4 ถึงสี่ครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด และการได้จ๊อกกี้วิษณุกรณ์มาคุมบังเหียนให้ถือเป็นปัจจัยที่ดีอย่างแน่นอน ไปยัง มังกรภักดี (5) ที่ทำผลงานได้อย่างน่าสนใจในฤดูกาลนี้ ด้วยการเข้าอันดับที่ 3 สองครั้ง และอันดับที่ 4 หนึ่งครั้ง และนัดนี้ก็มีโอกาสลุ้นคว้าชัยได้อีก แม้จะต้องออกจากซองด้านนอกก็ตาม ส่วน มังกรบิ๊กเรท (2) ที่มีเรตติ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของเที่ยวนี้ อาจเป็นตัวอันตรายหากคืนฟอร์มคัมแบ็คมาทำผลงานได้ทันเวลาที่ต้องการ

เที่ยวที่ 2 – Saranrom Park Stakes (ม้าเทศ คลาส 2) – ระยะ 1,200 เมตร
ลูกแก้ว (3) ซึ่งคว้าชัยไปได้สองวิน และได้อันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด จึงดูเป็นตัวเต็งที่แข็งแกร่งที่สุด แม้จะต้องแบกน้ำหนัก 59.5 กิโลกรัมและออกจากซองที่ 10 ก็ตาม โดยการได้จ๊อกกี้บุญเยี่ยมที่เคยพาม้าลูกแก้ว คว้าชัยด้วยกันมาแล้ว จึงน่าจะรู้วิธีดึงศักยภาพของม้าออกมาได้ดีที่สุด ส่วน มังกรอลังการ (8) ที่ทำผลงานติดอันดับมาอย่างสม่ำเสมอ ด้วยอันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง และอันดับที่ 4 สองครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด มาในนัดนี้แบกน้ำหนักเบา และได้ซองออกตัวที่ดี ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการแข่งเที่ยวนี้ สำหรับ ครับผม (11) ที่ได้สองวิน และได้ติดอันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด น่าจะเป็นตัวสร้างเซอร์ไพรส์ได้ ด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 52.0 กิโลกรัม และออกตัวจากซอง 4 โดยนัดนี้ได้จ๊อกกี้อนุชาติ ที่เคยพาครับผมวินมาแล้ว กลับมาขี่อีกครั้งหลังพ้นโทษแบน จึงดูดี

เที่ยวที่ 3 – Santiphap Park Stakes (ม้าเทศ คลาส 3) – ระยะ 1,200 เมตร
เพชรปราถนา (14) ซึ่งคว้าอันดับที่ 3 ไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในการลงแข่งครั้งแรกที่ประเทศไทย และครั้งนี้จะแบกน้ำหนักเพียง 52.0 กิโลกรัม พร้อมทั้งได้ออกตัวจากซองที่ดี จึงมีโอกาสลุ้นได้อย่างเต็มที่ โดยได้แชมป์จ๊อกกี้ประจำปี 2568 อย่างเจ้าติ่ง ‘สันติภาพ’ มาคุมบังเหียน ไปทางด้าน มงคลสาธุ (4) เป็นหนึ่งในม้าที่ทำผลงานได้สม่ำเสมอที่สุดในเที่ยวนี้ ด้วยการติด 3 อันดับแรกถึงสี่ครั้ง จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด และนัดนี้การได้จ๊อกกี้พลังชัยมาขี่ให้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของทีมงานในตัวม้า สำหรับ ดราก้อนเกิร์ล (12) ที่ลงแข่งอีกครั้ง หลังจากเพิ่งคว้าชัยชนะไป และมีผลงานชนะสองครั้ง กับอันดับ 3 หนึ่งครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด จึงน่าจะเป็นตัวอันตรายอีกหนึ่งม้า ซ้ำยังได้ออกตัวจากซองด้านในด้วย

เที่ยวที่ 4 – The Benjasiri Park Stakes (ม้าเทศ คลาส 1) – ระยะ 1,200 เมตร
ไวเปอร์คอมมานด์ (5) ซึ่งเป็นม้าที่ทำผลงานได้สม่ำเสมอมากในเที่ยวนี้ ด้วยการคว้าชัยได้สามวิน และ อันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง พร้อมทั้งอันดับที่ 3 หนึ่งครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด โดยนัดนี้ได้จ๊อกกี้วิจิตรกรรับหน้าที่ขี่ ด้วยผลงานจ๊อกกี้วิจิตรกรผู้ทำ 19 วิน น่าจะการันตีได้ดี ไปทางด้าน ชาร์มมิ่งวิน (2) ที่มีเรตติ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของเที่ยว และติด 4 อันดับแรกถึงสี่ครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด จึงน่าจะเตรียมมาสู้ได้ดีอีกครั้ง และยังได้จ๊อกกี้วิษณุกรณ์ มาคุมบังเหียนด้วย จึงไม่น่ามองข้าม สำหรับ มังกรตองสิบสี่ (6) ที่โชว์ผลงานไว้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการคว้าชัยหนึ่งวิน อันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง และอันดับที่ 3 สองครั้ง จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด เชื่อว่ามีโอกาสลุ้นทำผลงานได้อีก ถึงแม้จะต้องออกจากซองนอกสุด

เที่ยวที่ 5 – Rot Fai Park Stakes (ม้าเทศใหม่ คลาสพรีเมียม) – ระยะ 1,200 เมตร
เซย์อิทโซ (1) ซึ่งติด 3 อันดับแรกทุกครั้ง จากห้านัดล่าสุด และนัดนี้มีโอกาสทำผลงานได้ดีอีกครั้ง โดยจ๊อกกี้หัวตารางอย่างวิจิตรกรยังคงรับหน้าที่ขี่ อีกทั้งพยากรณ์อากาศก็พยากรณ์ไว้ว่าสภาพสนามในวันแข่งน่าจะมีฝนตก ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเซย์อิทโซพอสมควร ไปทางด้าน สมิงไพร (2) ที่เป็นม้า ที่กำลังอยู่ในฟอร์มดีที่สุด ด้วยการคว้าชัยไปได้ถึงสี่วิน และอันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด และน่าจะเป็นม้าที่ไม่อาจมองข้ามได้ ส่วน คอนโดมิเนียม (3) ซึ่งชนะหนึ่งครั้ง ได้อันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง และอันดับที่ 3 หนึ่งครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด จึงมีโอกาสลุ้นทำผลงานอีกครั้ง โดยจ๊อกกี้อาชาวิน จะได้รับหน้าที่คุมบังเหียนม้านี้เป็นครั้งแรก

เที่ยวที่ 6 – Chatuchak Park Stakes (ม้าไทย คลาส 5) – ระยะ 1,200 เมตร
ดวงน้องเล็ก (4) ซึ่งได้อันดับที่ 2 หนึ่งครั้ง และอันดับที่ 4 หนึ่งครั้ง จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด และนัดนี้ลดคลาสลงมาแข่งในคลาส 5 จึงน่าจะมีโอกาสคืนฟอร์มเด่นได้อีกครั้ง จากการได้ออกตัวจากซองที่ดี พร้อมทั้งมีจ๊อกกี้อาชาวิน รับหน้าที่คุมบังเหียน ไปยัง พุธิตา (2) ที่มีเรตติ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของเที่ยว และทำผลงานเข้าอันดับที่ 3 ไว้สองครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด จึงน่าจะเป็นคู่ต่อสู้ได้ดีแม้จะต้องออกจากซอง 8 ก็ตาม ส่วนทางด้าน นับตังค์ (6) คว้าอันดับที่ 5 ถึงสามครั้งจากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด และอาจทำผลงานได้ดีขึ้น เพราะแบกน้ำหนัก 55.0 กิโลกรัม และได้ออกตัวจากซอง 3 ที่ได้เปรียบคู่แข่ง

เที่ยวที่ 7 – Lumphini Park Stakes (ม้าไทย คลาส 3) – ระยะ 1,200 เมตร
วินมาร์ค (4) ที่ชนะถึงสี่วิน จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด และยังคงเป็นม้าที่คู่แข่งต้องหาวิธีเอาชนะให้ได้อยู่ตลอด และการได้จ๊อกกี้วิจิตรกร มาขี่ยิ่งจะทำให้เขาเป็นตัวเต็งอย่างชัดเจนในเที่ยวนี้ ไปทางด้าน สตรองวิล (2) ซึ่งมีเรตติ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของเที่ยว และจากสถิติชนะหนึ่งวิน ที่ลงแข่งห้าครั้งล่าสุด และออกตัวจากซองด้านใน ทำให้เขามีโอกาสลุ้นทำผลงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไปทางด้าน วันเฮง (1) ที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยว และมีผลงานชนะหนึ่งวิน กับอันดับที่ 4 หนึ่งครั้ง จากการลงแข่งห้าครั้งล่าสุด เขาอาจเป็นตัวอันตรายแม้จะต้องแบกน้ำหนักสูงสุด 60.0 กิโลกรัมก็ตาม จึงอย่ามองผ่าน

เที่ยวที่ 8 – Benjakitti Park Stakes (ม้าไทย คลาส 4) – ระยะ 1,200 เมตร
เซ็พเทมเบอร์ (4) ที่ติด 4 อันดับแรกครบทั้งห้าครั้งล่าสุด และดูเป็นม้าที่ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ โดยนัดนี้จะออกจากซอง 9 และมีจ๊อกกี้ชิรากรณ์คุมบังเหียน ซึ่งเคยพาเธอคว้าชัยชนะมาแล้วจึงมีโอกาสทำซ้ำอีก ทางด้าน เกรทสปิน (9) ซึ่งได้อันดับที่ 2 สองครั้ง และอันดับที่ 3 หนึ่งครั้ง จากการลงแข่งห้านัดล่าสุด นัดนี้ได้ออกสตาร์ตจากซองตำแหน่งที่ดี และแบกน้ำหนักเบาเพียง 53.5 กิโลกรัม ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อเธออย่างมาก สำหรับ ดวงนที (3) ที่ชนะสองวิน และได้อันดับที่ 3 หนึ่งครั้ง จากการลงแข่งห้านัดล่าสุด จึงอาจเป็นคู่ต่อกรที่อันตรายได้อีกครั้ง เมื่อได้จ๊อกกี้พงศกรมาขี่ และได้ออกสตาร์ตจากซองที่ได้เปรียบเสียด้วย











