ในวาระที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำ หรือ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในเดือนกันยายน 2569 ที่จะถึงนี้ หลังจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท.คนปัจจุบันจะหมดวาระ ที่ต่อเนื่องมา 8 ปี
The Station THAI ขอร่วมถ่ายทอดเป็นบันทึก จากการสืบค้นจากแหล่งเอกสารต่างๆ ซึ่งเชื่อถือได้ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่มา และช่วงเวลา ของ “ผู้นำองค์กรกีฬาที่สำคัญแห่งนี้” ตั้งแต่อดีต จนมาถึงปัจจุบัน ดังนี้

ในยุคเริ่มต้นนั้น การก่อตั้ง องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ อสกท.เริ่มจากการที่กระทรวงมหาดไทย ที่มีพลเอกประภาส จารุเสถียร เป็นรัฐมนตรี เสนอร่างพระราชราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อสกท.ต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2507 และคณะรัฐมนตรีก็รับหลักการ แล้วส่งร่างฯ ต่อให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาดำเนินการต่อ จนวันที่ 12 กันยายน 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (รัชกาลที่9) ได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา จัดตั้ง อสกท.ขึ้นในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ


ผู้นำคนที่ 1. หลวงสุขุมนัยประดิษฐ
และจากในยุคนั้น วงการกีฬาของไทย ขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย (ที่มีพลเอกประภาส เป็นประธาน) และ กรมพลศึกษา เป็นหลัก การแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (อสกท.) คนแรกจึงเป็นหลวงสุขุมนัยประดิษฐ ซึ่งตอนนั้นเป็นบุคคลที่สำคัญมากในวงการกีฬาไทย และขณะนั้นทำหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทย เป็นรองประธานกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (ที่มีพลเอกประภาส เป็นประธาน) และเป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 5 ที่ไทยจะจัดในปี 2509 อีกด้วย และ มีการแต่งตั้ง นายกอง วิสุทธารมณ์ ที่เป็นอธิบดีกรมพลศึกษาในขณะนั้น เป็นรอง ผอ.อสกท. อีกตำแหน่ง

ผู้นำคนที่ 2. นายกอง วิสุทธารมณ์
จากในช่วงต้นปี 2509 หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ล้มป่วยหนักจนไม่สามารถดูแลงานได้เนื่องจากต้องพักรักษาตัว จนเมื่อถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2509 บอร์ด อสกท.จึงมีมติเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ให้เห็นชอบการแต่งตั้ง นายกอง วิสุทธารมณ์ ที่ขณะนั้นเป็นอธิบดีกรมพลศึกษา และ รอง ผอ.อสกท. ขึ้นเป็น ผอ.อสกท. และ แต่งตั้ง นายวิลาศ บุนนาค ขึ้นเป็นรอง ผอ.อสกท.ในคราวเดียวกัน

ผู้นำคนที่ 3. นายวิลาศ บุนนาค
ในเดือน พฤษภาคม 2515 นายกอง ได้พ้นจากตำแหน่ง ผอ.อสกท. ตามวาระที่ได้รับการต่ออายุมาจนครบ 65 ปี วันที่ 25 พฤษภาคม 2515 บอร์ด อสกท.มีมติแต่งตั้งให้ นายวิลาศ บุนนาค รอง ผอ.อสกท. ขึ้นรักษาการ ผอ.อสกท. และ วันที่ 22 มิถุนายน 2515 คณะรัฐมนตรี ก็เห็นชอบการแต่งตั้ง นายวิลาศ บุนนาค ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผอ.อสกท. และ แต่งตั้ง นายสมจิตร สิงหเสนี เป็น รอง ผอ.อสกท. ในคราวเดียวกัน


ผู้นำคนที่ 4. ม.ร.ว.แหลมฉาน หัสดินทร
วันที่ 22 กรกฎาคม 2516 นายวิลาศ บุนนาค พ้นวาระตามกำหนด และวันที่ 3 สิงหาคม 2516 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ แต่งตั้งพลเอกเต็ม หอมเศรษฐี เป็น ผอ.อสกท.คนใหม่แทน นายวิลาศ แต่ปรากฏว่าต้องมีการเสนอใหม่ เนื่องจากว่า ณ เวลานั้น พลเอกเต็ม ได้อายุเกิน 60 ปีแล้วซึ่งผิดระเบียบของรัฐวิสาหกิจ และในวันที่ 7 สิงหาคม 2516 คณะรัฐมนตรี จึงมีมติแต่งตั้ง ม.ร.ว.แหลมฉาน หัสดินทร ที่ขณะนั้นเป็นกรรมการของบอร์ด อสกท. เป็นอุปนายกสมาคมฟุตบอล ขึ้นเป็น ผอ.อสกท.คนใหม่

ผู้นำคนที่ 5. นายสมจิตร สิงหเสนี
วันที่ 30 กันยายน 2519 ม.ร.ว.แหลมฉาน พ้นจากตำแหน่งตามวาระ บอร์ด อสกท.จึงมีมติ และเสนอคณะรัฐมนตรีให้มีมติ แต่งตั้งนายสมจิตร สิงหเสนี ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมในการดำเนินการก่อตั้ง อสกท.มาตั้งแต่ต้น และ ขณะนั้นเป็นรอง ผอ.อสกท. ให้เป็น ผอ.อสกท.คนใหม่ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2519
และในส่วนของรอง ผอ.อสกท.แทน นายสมจิตร นั้นทางบอร์ด อสกท.ได้เปิดกว้างให้คนในและคนนอก อสกท.สมัครเข้าสู่การคัดเลือก และมีผู้สมัครเสนอตัว 3 คนคือ นายไพบูลย์ วัชรพรรณ ขณะนั้นเป็นหัวหน้ากองบริการกีฬา ของ อสกท. ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ขณะนั้นรับราชการที่กรมพลศึกษา และนายพงษ์ศักดิ์ จรชัยประวิตร จากองค์การเชื้อเพลิง ซึ่งการพิจารณา วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2520 ปรากฏว่าลูกหม้อ อสกท.อย่าง นายไพบูลย์ ได้รับการเลือกเป็นรอง ผอ.อสกท.

ผู้นำคนที่ 6. นายไพบูลย์ วัชรพรรณ
วันที่ 9 ตุลาคม 2523 นาย สมจิตร ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ผอ.อสกท.ก่อนครบวาระ ต่อประธานคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาฯ ที่มีหลวงชาติตระการโกศล เป็นประธาน และจะมีผลในวันที่ 16 ตุลาคม 2523 โดยอ้างเหตุผลคือเบื่อและหมดกำลังใจในการทำงาน (ตามการสัมภาษณ์ของสื่อ)
12 มีนาคม 2524 การประชุมคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกีฬาฯ ที่มีนายบุญยง วัฒนพงษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ประธาน ได้มีมติเลือก นายไพบูลย์ วัชรพรรณ รอง ผอ.อสกท. ให้เป็น ผอ.อสกท. แทนนายสมจิตร ที่ลาออก โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในวันที่ 4 พฤษภาคม 2524 และแต่งตั้ง ดร.สมชาย ประเสริฐศิริพันธ์ เป็นรอง ผอ.อสกท.
นี่คือบทสรุปในยุคแรกของการก่อตั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย ในชื่อองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ อสกท. ที่มีผู้นำล้วนแต่ยังวนเวียนอยู่ในกลุ่มผู้ที่ร่วมกันทำงานกับวงการกีฬาไทยโดยตรง อย่างโอลิมปิคไทย และ กรมพลศึกษา รวมทั้งคนทำงานในสมาคมกีฬาในยุคแรกเช่นกัน
ติดตามต่อ (ตอน 2)
เส้นทาง สู่ผู้ว่าการ กกท.คนที่ 14 (2) ยุคการเปลี่ยนแปลงจาก อสกท.มาเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย











