LEARN to EARN เพราะชีวิต คือ การเรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด “สุรพรชัย ธรรมศิริ” ว่าที่ นักกายอุปกรณ์ ที่ไม่หยุดพัฒนาตนเอง เพื่อช่วยเหลือผู้พิการ

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้ถูกจำกัดให้อยู่เพียงแค่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ห้องเรียน อีกต่อไป แต่เป็นการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ ที่เรียกว่า Lifelong learning ที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นำประสบการณ์นั้น มาพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น เหมือนอย่าง สิงห์ – สุรพรชัย ธรรมศิริ เจ้าของรางวัล Best Survivors Award ของ มูลนิธิเอสซีจี ที่ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขากายอุปกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีความมุ่งมั่นอยากเติบโตเป็นนักกายอุปกรณ์ เพื่อจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ดีขึ้น ซึ่งตลอดการเรียนรู้ของเขา ได้มีโอกาสทดลอง ค้นคว้า และฝึกฝนในหลายเรื่องที่ท้าทายความสามารถของตัวเอง เสริมด้วยการเรียนรู้ทักษะการสื่อสาร ได้เรียนรู้ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ได้พัฒนาทักษะทางด้านภาษาของตนเอง ผ่านการเรียนรู้ทั้งในและนอกชั้นเรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ “LEARN to EARN เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด” ของ มูลนิธิเอสซีจี ที่สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่รู้จักตัวตนของตนเอง ได้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองถนัดและชื่นชอบมากที่สุด พร้อมฝึกฝนต่อยอดทักษะไม่รู้จบ

ผมมองว่าการที่เรารู้จักตัวเองได้เร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบคนอื่นมากเท่านั้น เพราะเราจะรู้ว่าตัวเองต้องพัฒนาทักษะด้านไหนเพิ่มเติม พัฒนาทั้ง ทักษะชีวิต Soft Skill และทักษะวิชาชีพ Hard Skill เพื่อเตรียมความพร้อมต่อโอกาสที่เข้ามาทุกเมื่อ เพราะที่ผ่าน ๆ มา ผมก็เคยสูญเสียโอกาสไปหลายครั้ง เพียงเพราะผมมองว่า ผมยังไม่พร้อม แต่หลังจากที่ผมตั้งใจเรียนรู้ และนำสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้มาพัฒนาทักษะทุกด้าน ทำให้ตอนนี้ผมพร้อมกับทุกโอกาสที่จะมีเข้ามา”

พื้นเพของ สิงห์ เป็นคนจังหวัดฉะเชิงเทรา จบมัธยมปลายจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดชลบุรี ก่อนตัดสินใจมาศึกษาต่อในสาขาวิชากายอุปกรณ์ หลังจากค้นพบตัวเองว่า ต้องการเป็นนักกายอุปกรณ์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ จากเข้าร่วมทำนวัตกรรมกับเพื่อนตอนสมัยเรียนมัธยม ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนากล้ามเนื้อของกลุ่มเด็กออทิสติกที่มีปัญหาเรื่องของกล้ามเนื้ออ่อนแรง จากการที่ สิงห์ ได้มีโอกาสนำนวัตกรรมชิ้นนี้ไปร่วมแข่งขันในหลาย ๆ เวที ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ได้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่และใกล้ชิดกับผู้พิการมากขึ้น ได้เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ของต่างประเทศ เห็นว่า อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะพัฒนาอุปกรณ์เช่นเดียวกัน เพราะจากการที่ได้ลองทำ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตนเอง เกิดความชื่นชอบในสิ่งที่ทำ และรู้ว่าตนเองชอบที่ได้ทำอะไรแบบนี้ จึงตัดสินใจเลือกที่จะเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพนักกายอุปกรณ์

“การตัดสินใจเลือกเรียนในสายนี้ ไม่เคยได้รับการต่อต้านจากครอบครัว แต่ก็ยอมรับตามตรงว่า ในตอนแรกพ่อแม่และตัวผมเอง รวมถึงหลาย ๆ คนที่ผมรู้จัก ไม่มีใครรู้จักอาชีพนักกายอุปกรณ์มาก่อน ไม่รู้ว่ามีหน้าที่ทำอะไร หน้าที่การงานจะมั่นคงไหม พ่อกับแม่มักจะถามผมหลายครั้งว่า ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม ผมชอบจริง ๆ หรือเปล่า ซึ่งผมเลือกที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ทำไมผมถึงตัดสินใจมาเรียนสาขาวิชาชีพนี้ เพราะผมได้ศึกษาอย่างละเอียดแล้ว ทั้งการเรียน หน้าที่การงาน รวมไปถึงโอกาสในการทำงานในอนาคต และที่สำคัญ อาชีพนักกายอุปกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ เพื่อใช้ฟื้นฟูสุขภาพผู้พิการจากการมีอวัยวะผิดปกติ หรือ สูญเสียอวัยวะ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตร่วมกับคนปกติในสังคมได้ ถือเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงทั้งเส้นทางการเติบโตในอาชีพ และรายได้ตอบแทน แล้วผมยังรู้มาอีกว่า อาชีพนักกายอุปกรณ์ เป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในปัจจุบัน เพราะด้วยจำนวนของผู้พิการที่สูงขึ้น แต่มีนักกายอุปกรณ์ในประเทศอยู่จำนวนน้อย มันยิ่งทำให้ผมอยากประกอบอาชีพนี้ บวกกับผมรู้สึกว่ามันคือตัวตนของผม มันคือสิ่งที่ผมชอบและอยากทำ ผมเป็นคนที่ถ้าทำอะไรแล้ว มีความสุข ผมจะทุ่มเทกับมันมาก ๆ เพื่อให้ทุก ๆ อย่างออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด”

สิงห์ เล่าต่อว่า ได้คิดภาพตัวเองในอนาคตมาโดยตลอด จากความมุ่งมั่นที่อยากเป็น นักกายอุปกรณ์ ที่สามารถทำได้ทั้งกายอุปกรณ์เสริม และกายอุปกรณ์เทียม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาชีวิตผู้พิการ และอาชีพกายอุปกรณ์ ให้เป็นที่รู้จักของคนในสังคม เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าอาชีพนักกายอุปกรณ์คืออะไร ทำอะไรบ้าง และมีความสำคัญอย่างไรกับผู้พิการและคนทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันตนเองก็ได้มีโอกาสถ่ายทอดความเป็นนักกายอุปกรณ์ในหลาย ๆ ครั้ง ผ่านเวทีต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายของการทำให้อาชีพนักกายอุปกรณ์เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้น และผู้พิการทุกคนจะต้องได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาอย่างเท่าเทียม

จากการใช้เวลาคลุกคลีตามเวทีประกวดที่เกี่ยวกับนวัตกรรมสำหรับผู้พิการ ได้จุดประกายให้ สิงห์ ค้นพบตัวเองถึงความชอบและเป้าหมายชีวิตในอนาคต เมื่อก้าวมาสู่รั้วมหาวิทยาลัย เขาก็ยังมีผลงานเด่น ๆ ทั้งการเป็นทูตเยาวชนโครงการทูตเยาวชนวิทยาศาสตร์ไทย (Young Thai Science Ambassador : YTSA) รุ่นที่ 18 ที่มีโอกาสได้เล่าเรื่องราวของนักกายอุปกรณ์ และความสำคัญของอาชีพนักกายอุปกรณ์ที่มีต่อผู้พิการ ในหัวข้อ วิทยาศาสตร์ สร้างโอกาสที่เท่าเทียมผ่าน Podcast การได้รับโอกาสให้เป็นตัวแทนของนักศึกษากายอุปกรณ์ขึ้นพูดเกี่ยวกับอนาคตของนักกายอุปกรณ์ ในกิจกรรม Ted talk ในงานกายอุปกรณ์ศิริราช เชื่อมใจใกล้ตัวเรา การได้รับรางวัลจาก รายการ Gen will survive ของ มูลนิธิเอสซีจี ที่ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่ก่อนมาเรียนอาชีพนักกายอุปกรณ์ ขณะนี้ สิงห์ ยังอยู่ระหว่างการรอผลการเข้าร่วมทีมในการพัฒนาบอร์ดเกมทางการศึกษาที่เกี่ยวกับกายอุปกรณ์ร่วมกับรุ่นพี่และอาจารย์ เพื่อเตรียมเข้าแข่งขันในรายการ The 4th Global Educators Meeting : GEM ซึ่งเป็นงานประชุมทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของอาชีพนักกายอุปกรณ์ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ สิงห์ และเพื่อน ๆ และอาจารย์ในกลุ่มวิจัยในชั้นเรียน ยังอยู่ในช่วงของการต่อยอดกับนวัตกรรมใหม่ นั่นคือ การพัฒนาแผ่นรองเท้าสำหรับคนที่มีภาวะเท้าแบนทั้งคนพิการและคนปกติทั่วไป เป็นแผ่นรองเท้าที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาภาวะเท้าแบน โดยวัสดุที่นำมาใช้มีคุณสมบัติในการกระจายน้ำหนัก และมีความคงทน ทำให้มีอายุการใช้งานที่นานกว่า จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้พิการได้

การไม่หยุดการเรียนรู้ หรือ Lifelong Learning จะช่วยให้สามารถพัฒนาความรู้ความสามารถให้กับชีวิตได้จริง เมื่อเรายังค้นหาตัวตนไม่เจอ ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรหรือถนัดด้านไหน ก็อาจจะต้องสร้างประสบการณ์เพื่อค้นหาความชอบหรือความถนัด เพราะความเป็นตัวตนจริง ๆ จะมาจากความรักความชอบหรือความถนัดของตนเอง ไม่ใช่เกิดจากความคาดหวังของคนรอบข้าง เมื่อเราสามารถค้นหาตัวตนได้พบแล้ว เส้นทางต่อไปในชีวิตก็จะง่ายขึ้น เพราะเราจะสามารถพัฒนา หรือ ต่อยอดความรักความชอบ หรือ ความถนัดของตัวตนได้ในที่สุด

“ผมรู้ครับว่า การรู้จักตัวเองเป็นเรื่องยาก และเป็นสิ่งที่อาจจะต้องแลกกับอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่จากประสบการณ์ของผม ผมว่ามันคุ้มที่จะค้นหาตัวเอง หากหมดหวัง หรือ ได้รับความกดดันจากเรื่องต่าง ๆ รอบตัว ลองลดความคาดหวังที่เกิดจากสิ่งรอบข้างหรือ คนรอบข้าง แล้วเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนความคาดหวัง ให้มาเป็นแรงผลักดันที่จะช่วยให้พัฒนาตนเอง ให้เป็นตัวเองในแบบของตัวเราเอง อย่ากลัวที่จะเรียนรู้ อย่ากลัวที่จะผิดพลาด เพราะทุกข้อผิดพลาด คือ การเรียนรู้ที่ดีที่สุดที่ทำให้เราพัฒนาตนเอง แก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ เพื่อให้เราเป็นเราที่ดีขึ้น และพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาต่าง ๆ และพร้อมรับกับโอกาสต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตในอนาคตได้” สิงห์ กล่าวทิ้งท้าย

มูลนิธิเอสซีจี ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้เยาวชนไทยเข้าใจในแนวคิด LEARN to EARN เรียนรู้ เพื่ออยู่รอด อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์การดำรงอยู่ในโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่รอดด้วยการใช้ทักษะรอบตัวในการเผชิญกับปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ รวมทั้งการนำความรัก ความชอบ หรือ ความถนัดมาต่อยอดจนเกิดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ นั่นคือ การอยู่รอดจากการเรียนรู้อย่างแท้จริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ LEARN TO EARN และ มูลนิธิเอสซีจี ได้ทาง www.scgfoundation.org เฟซบุ๊ก และ TIKTOK : LEARNtoEARN

RANDOM

ม.กรุงเทพธนบุรี จัดงาน “BTU UNIFY PINK PARTY” อย่างยิ่งใหญ่ ครอบครัว BTU พร้อมใจร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 22 ปี ส่งเสริมความรักสมัครสมานสามัคคี โชว์นิทรรศการความสำเร็จการพัฒนาด้าน การกีฬาระดับนานาชาติ

มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เดินหน้าโรงเรียนต้นแบบอาหารและโภชนาการ S.M.A.R.T.S. Model school ในโครงการ “อายิโนะโมะโต๊ะ โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ” เสริมแกร่งโครงการอาหารกลางวันเด็กไทย โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สมัครด่วน! หมดเขต 31 ธ.ค. นี้

NEWS

ชาล็อต ท้าชิง เซย์อิทโซ ส่วน วินมาร์ค ได้ลุ้นวินที่ 6 ติดต่อกัน แต่ต้องหนี บลูมมิ่งวิล ให้ได้ ในศึกม้าแข่งสนามฝรั่ง 13 ก.ย.69 ‘บิ๊กบอย’ วิเคราะห์สนุกก่อนถึงวันดวล ทั้ง 9 เที่ยวเช่นเดิม

‘สวนสุนันทา’ จัดตั้ง ‘คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ’ แห่งแรกในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านกีฬา–สุขภาพ สร้างบุคลากรมืออาชีพ ช่วยขับเคลื่อนสมรรถภาพทางกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!