ธรรมศาสตร์ คิดค้น ต้นแบบชุดตรวจ สแกนหาแอนติบอดีโควิดในเลือด ช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อ ไม่แสดงอาการ

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

 

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เปิดตัว “ต้นแบบชุดตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด” แบบเจาะเลือดปลายนิ้ว หวังช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หลังโควิดกลายเป็นโรคประจำถิ่น-คนฉีดวัคซีนครอบคลุม คาดอีก 1-2 ปี พัฒนาสมบูรณ์

ผศ.ดร.จีระพงษ์ ทะนงศักดิ์ศรีกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะหัวหน้าห้องปฏิบัติการศูนย์ตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุล เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พัฒนา “ต้นแบบชุดตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด 19 แบบเจาะเลือดปลายนิ้ว” ขึ้นมา ภายใต้ การสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยคาดว่า ชุดตรวจดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ได้ ภายใน 1-2  ปี ต้นทุนปัจจุบันอยู่ที่ไม่เกินชุดละ 100 บาท

สำหรับชุดตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด 19 แบบเจาะเลือดปลายนิ้ว จะเป็นชุดตรวจที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของการตรวจแบบ RT-PCR และ Antigen Test Kit (ATK) แต่จะมีความแตกต่างอยู่ที่ การตรวจด้วยชุดตรวจแอนติบอดีฯ จะสามารถหาเชื้อในผู้ติดโควิด 19 แบบไม่แสดงอาการได้

ผศ.ดร.จีระพงษ์ กล่าวต่อว่า แอนติบอดีของผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 จะพบได้ในผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 แล้วเท่านั้น  โดยจะพบได้ทั้งในผู้ที่แสดงและไม่แสดงอาการ และจะไม่พบในส่วนประกอบของวัคซีนโควิด 19 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยการตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสชนิดแอนติบอดีนั้น จำเป็นต้องรอเวลา 3-7 วันหลังจากการติดเชื้อ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ติดเชื้อสร้างแอนติบอดีให้ขึ้นสูงถึงระดับที่จะตรวจเจอ โดยจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ในสัปดาห์ที่ 2 ของการติดเชื้อ

“ต้องเข้าใจก่อนว่า RT-PCR เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรม ขณะที่ ATK ใช้ตรวจหาโปรตีนของไวรัส ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ จะให้ค่าความแม่นยำอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกของการติดเชื้อ ส่วนชุดตรวจแอนติบอดีฯ จะใช้ตรวจหาภูมิต้านทาน ซึ่งให้ค่าความแม่นยำในสัปดาห์ที่สอง ฉะนั้น เราจึงมุ่งหวังว่าในอนาคต เราจะใช้ชุดตรวจนี้ติดตามการติดเชื้อในชุมชน โดยเฉพาะเมื่อโควิด 19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น และผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 ส่วนใหญ่ เมื่อติดเชื้อจะมีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ ซึ่งทุกวันนี้เรามักจะตรวจเฉพาะผู้ที่มีอาการ ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการเราจะไม่ตรวจ ดังนั้น ในอนาคตการสุ่มตรวจด้วย ATK หรือ RT-PCR อาจไม่เหมาะสม เราจึงดีไซน์ชุดตรวจนี้ขึ้นมา เพื่อตรวจหาภูมิแอนติบอดีในเลือด ซึ่งจะพบในผู้ที่ติดเชื้อเท่านั้น” ผศ.ดร.จีระพงษ์ กล่าว

“เมื่อเราสามารถตรวจจับผู้ติดเชื้อได้ ทั้งในผู้ที่มีอาการและไม่มีอาการ เราก็จะได้ภาพของสถานการณ์การติดเชื้อจริงของประเทศ ที่มีความครอบคลุมและแม่นยำขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายในการป้องกันและควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในนั้น คือ ผลการตรวจในภาพรวม จะช่วยชี้ว่า การฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้ผลดีหรือไม่”

อนึ่ง การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อโควิด 19 ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 หลักการ คือ 1. การหาส่วนประกอบของเชื้อ คือ RT-PCR และ ATK 2. การตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสชนิดแอนติบอดี (antibody detection) โดยวิธี immunoassay ซึ่งใช้เป็นข้อบ่งชี้การติดเชื้อ ทั้งจากในอดีตและการติดเชื้อในปัจจุบัน

สำหรับวิธีการตรวจแอนติบอดีที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีทั้งรูปแบบ ELISA และ lateral flow  immunochromatography เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโปรตีน spike (S) หรือ nucleocapsid (N) ของเชื้อโควิด 19 ซึ่งสามารถพบได้จากการติดเชื้อและจากการได้รับวัคซีนโควิด 19 ดังนั้น ชุดตรวจแอนติบอดีที่มีในปัจจุบัน จึงยังใช้ตรวจวินิจฉัยแยกภูมิคุ้มกันระหว่างที่เกิดจากการติดเชื้อ และวัคซีนโควิด 19 ไม่ได้

จึงนำมาสู่โครงการวิจัย เรื่อง “การคัดเลือกแอนติเจนของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และการผลิตชุดตรวจภูมิคุ้มกันชนิดแอนติบอดี โดยการศึกษาการตอบสนองทางซีโรโลยีของบุคคลที่หายจากโรคโควิค-19” ที่ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

 

RANDOM

ม้าชัยมงคล ได้จ๊อกกี้คงกระพันขี่ ยังมีดีล้นเหลือ ดับซ่า รอยัลชิค สำเร็จ ส่วน เซย์อิทโซ ก็พลังเหลือได้จ๊อกกี้ วิจิตรกร ขี่ควบพาเข้าวิน ดับฝันม้าเก่งของไทย วันมอร์ ได้เช่นกัน

เนคเทค เชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานประกวดคลิปสั้น ภายใต้แนวคิด “คนไทย รู้ เข้าใจ ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์” เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดความเข้าใจ รู้จักนำ AI ไปประยุกต์ใช้งานได้ออย่างถูกต้อง เปิดรับสมัครถึง 15 กรกฎาคม นี้

NEWS

นักกฏหมาย ที่รักกีฬา และมวย ถ่ายทอดมุมมองชัดเจน ต่อกรณี ‘ห้ามมวยเด็ก’ ที่กำลังเป็นกระแส แค่มาจากผู้ใหญ่ 2 กระทรวง คุยกันไม่จบ เพราะยืนคนละมุม มีเป้าหมายคนละอย่าง…แล้วจะไปต่ออย่างไร

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!