จุฬาฯ ผนึกกำลัง 3 มหาวิทยาลัยในภูมิภาค ร่วม “พลิกโฉมมหาวิทยาลัย แพลตฟอร์มวิจัยเครือข่าย” มุ่งเน้นแก้ปัญหาสังคมเป็นหลัก โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการ

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยพะเยา และ มหาวิทยาลัยนเรศวร สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านงานวิจัย เสริมสร้างความแข็งแกร่งของงานวิจัยให้ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและระดับนานาชาติ จัดงาน “ประชุมวิชาการ : พลิกโฉมมหาวิทยาลัย แพลตฟอร์มวิจัยเครือข่าย” เมื่อวันที่ 27 – 28 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน ที่ผ่านมา

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษเรื่อง “ภาพรวมโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย” โดย นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวง อว. การเสวนา “Bangsaen 80th Anniversary: Creative City and Municipality” การเสวนา “University-Urban Design and Development” และ การเสวนา “Creative Tourism เส้นทางท่องเที่ยวยอด – ภูลังกา” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัย จุฬาฯ ประธานเปิดการประชุม กล่าวว่า จุฬาฯ ต้องการเปิดพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงนักวิจัยจุฬาฯ กับ 3 มหาวิทยาลัยในภูมิภาค ที่มีจุดสนใจเหมือนกันมารวมตัวกัน โดยงานวิจัยจะเน้นทางด้านการแก้ปัญหาสังคมเป็นหลัก โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการด้วย

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เชื่อมประสานแพลตฟอร์มวิจัยเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 4 มหาวิทยาลัย เพื่อความเข้มแข็งทางวิชาการ สร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมร่วมกัน จนกระทั่งสามารถรวมกันเป็นเครือข่ายที่มีแนวทางการดำเนินงานชัดเจน นำร่องรูปแบบของแพลตฟอร์มวิจัยที่สามารถขยายได้ ทั้งกลุ่มนักวิจัยร่วมในประเทศและต่างประเทศ เป้าหมายของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาคน และคนไปพัฒนาพื้นที่ ซึ่งต้องอาศัยความรู้จากหลากหลายมุมมองที่แตกต่าง และมีความเข้าใจในปัญหาอย่างแท้จริง ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ สนับสนุนให้นำความรู้มาใช้ร่วมกัน ให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ คน และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล” ศ.ดร.จักรพันธ์ กล่าว

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองเห็นโอกาสในการพัฒนาโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ตามภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “Bridging Communities” และ “Advancing Knowledge” หลังจากการสำรวจข้อมูลภาคสนามเพื่อศึกษาสถานการณ์ และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการวิจัยร่วมนั้น ปัจจุบันมีโครงการนำร่องจาก 3 ภูมิภาค ดังนี้

ภาคตะวันออก : มหาวิทยาลัยบูรพา
• “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” (Low Carbon Tourism) ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างจิตสำนึก ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในจังหวัดชลบุรี
• “สังคมสูงวัย” พัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยในชุมชนเมือง โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะใช้องค์ความรู้จากโครงการวิจัย “จุฬาอารี” และ “ไทยอารี” ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในระดับประเทศ
• “บางแสนสร้างสรรค์ : เติมสีสันให้เมืองมีชีวิตด้วยศิลปะ” การพัฒนากระตุ้นเศรษฐกิจแบบ “Soft power” ด้วยเทศกาล โดยมีต้นแบบจากเทศกาล “สามย่านละลานใจ” ซึ่งใช้ศิลปะการละครเป็นสื่อ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
ภาคเหนือ : มหาวิทยาลัยพะเยา
• “การสร้างคุณค่าร่วมกันเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์พื้นที่ยอด-ภูลังกา” เชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่ระหว่างจังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High Value Tourism)
ภาคเหนือตอนล่าง : มหาวิทยาลัยนเรศวร
• “ยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองมหาวิทยาลัย กรณีศึกษาเมืองพิษณุโลก” ภายใต้แนวคิดการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อเมือง และเมืองเพื่อมหาวิทยาลัย ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองมหาวิทยาลัยในอนาคต

นอกจากนี้ ภายใต้ความร่วมมือในโครงการนี้ ยังมีความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ อาทิ National University of Singapore สาธารณรัฐสิงคโปร์ และ Kyushu University ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

ด้าน ศ.ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การร่วมงานกันของ 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยนเรศวร รู้สึกเกินความคาดหมาย และภาคภูมิใจ เพราะตอนแรกที่คิดไว้ มหาวิทยาลัยพะเยา จะร่วมพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ยอด-ภูลังกา (น่าน-พะเยา) เส้นทางราว 50-60 กิโลเมตร แต่เมื่อมีเครือข่ายมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันมากขึ้น ทำให้เกิดการขยายเส้นทางท่องเที่ยวไปยังพิษณุโลก กรุงเทพฯ และ ชลบุรี การทำงานร่วมกันระหว่าง 4 มหาวิทยาลัย ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงสังคมได้อย่างสร้างสรรค์ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยเครือข่ายมีจุดแข็งต่างกัน เมื่อมารวมตัวกันก็ยิ่งทำให้งานวิจัยแข็งแกร่ง ในอนาคตสามารถนำชุมชนแต่ละจังหวัดมาพบกัน และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้อีกทางหนึ่ง

ทางด้าน ศ.ดร.จิตติมา เจริญพานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยบูรพา มีความร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้านงานวิจัย สร้างเครือข่ายวิจัยระดับท้องถิ่นสู่เครือข่ายวิจัยระดับนานาชาติ และส่งเสริมให้นักวิจัยระดับนานาชาติร่วมพัฒนางานวิจัยในระดับท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายให้เกิดผลกระทางสังคมและเศรษฐกิจ ผ่านแผนการดำเนินงาน 3 Platform ได้แก่ Health Aging, Carbon Neutrality และ Performing Art โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะนำไปสู่การสร้างงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม การเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว สร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมสูงวัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

ขณะที่ ศ.ภญ.ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร เริ่มต้นด้วยการวิจัยเรื่อง University-Urban Design and Development หรือ เมืองมหาวิทยาลัย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเริ่มต้นความร่วมมือในครั้งนี้จะขยายผลไปยังการวิจัยในประเด็นอื่น ๆ โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นพันธมิตรด้านการวิจัยที่จะร่วมกันในการเป็นกลไกสำคัญหนึ่งในการผลักดันการวิจัยด้วยการพัฒนาศักยภาพของชุมชน สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยให้มีผลกระทบสูงต่อสังคม เพิ่มขีดความสามารถทางการวิจัย และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างเข้มแข็ง ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และภูมิภาคต่อไป

RANDOM

อพวช. ชวนนักวิทย์ นักคิด นักวิจัย มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ความประทับใจ ความงามที่เกิดขึ้นในงานด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านการประกวดภาพทางวิทยาศาสตร์ Image of Science “วิจิตร วิจัย” ประจำปี 2567 ชิงเงินรางวัลรวม 50,000 บาท หมดเขตสมัครและส่งผลงาน 31 ก.ค. นี้

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!