ม้าแข่งที่สนามฝรั่ง ศึกวันที่ 1 มีนาคม 2569 นี้ มี 8 เที่ยวแข่ง แต่ก็ยังดูเข้มข้น “บิ๊กบอย” ส่องกล้องก่อนเกมแบบนำพาความสุข สนุกสนานมาให้ได้แน่ ๆ ทุกเที่ยว ติดตามด้านล่างครับ

เที่ยวที่ 1 – ม้าไทย คลาส 4 – 1300 เมตร
น้องเอ็นดู (1) ดูแข็งแกร่งมากในเที่ยวนี้ เพราะน่าจะถนัดวิ่งในระยะ 1300 เมตร หลังจากคว้าชัยในการแข่งเที่ยว The Jim Thompson Race ที่แข่งระยะเดียวกันมาแล้ว อย่างไรก็ตามตัวแปรสำคัญคือแบกท็อปเวทที่ 60.0 กก. ไปทางด้าน ยูท่าห์ (8) ฟอร์มการวิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ และเก็บชัยไปแล้ว 2 วินในปีนี้ ได้จับคู่กับจ๊อกกี้ ธนกฤต และมีแต้มต่อเพราะได้แบกน้ำหนักล่างสุดที่ 52.0 กก. จึงน่าเชื่อถือสูง ส่วน คองคอร์ด (4) เป็นม้าฝีเท้าปลายที่ถนัดแข่งระยะไกล ซึ่งจะทำผลงานได้ดีกว่าในสภาพสนาม “แฉะ” (Heavy Turf)

เที่ยวที่ 2 – ม้าไทย คลาส 5 – 1300 เมตร
วินมาร์ค (4) น่าจะเป็นม้ายืนพื้นในเที่ยวนี้ ยิ่งได้จับคู่กับจ๊อกกี้ วิจิตรกร ที่เคยพาคว้าชัยร่วมกันมาแล้ว พร้อมทั้งยังได้ออกสตาร์ทจากซอง 1 ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่เอื้อให้สามารถวางตำแหน่งของม้าได้ตามแท็คติกได้ จึงต้องให้เครดิต ทางด้าน ลาวีอองโรส (7) มีศักยภาพ มากกว่าคะแนนเรตติ้ง 21 ที่แสดงอยู่ และเมื่อได้จ๊อกกี้ ศุภากร ขึ้นขี่ มีโอกาสทำผลงานได้ดีเช่นกัน ส่วนม้า แตงโม (3) เชื่อว่ามีลุ้นติดอันดับแขวนป้าย เพราะได้จ๊อกกี้ แสงรุ้ง มากุมบังเหียน จึงรู้ทางม้าตัวนี้เป็นอย่างดี

เที่ยวที่ 3 – ม้าไทย คลาสพรีเมียม – 1300 เมตร
ทิวดอร์เกรย์ (1) ฟอร์มแรงต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนจะหาคู่ต่อสู้มาหยุดได้ยาก และมีลุ้นคว้าชัยอีกครั้งแม้ต้องแบกท็อปเวท ก็ตาม ส่วนคู่แข่งสำคัญคือ ฟลายอเวย์ (6) ถึงแม้ว่าจะต้องออกจากซองนอก แต่ก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นเบียดชนะ ทางด้าน เบลล่าซิญญอนร่า (4) ซึ่งชนะครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา และมาถึงนัดนี้ ยังมีโอกาสลุ้นคว้าชัยได้อีกครั้ง

เที่ยวที่ 4 – ม้าเทศ โอเพ่น โนวิสซ์ – 1200 เมตร
เที่ยวนี้ เป็นเที่ยวที่วิเคราะห์ยากมาก เพราะ 11 จาก 12 ตัว ยังไม่เคยชนะในประเทศไทยเลย เล็งก่อนไปที่ จ้าวโช (10) ซึ่งเคยติดอันดับหลายครั้ง และได้เปรียบจากการออกสตาร์ทจากซอง 2 จึงให้เครดิตก่อน ส่วน โบกี้ดราก้อน (1) เป็นม้าตัวเดียวในเที่ยวโอเพ่นนี้ ที่เคยชนะในประเทศไทย เชื่อว่าต้องอยู่กลุ่มนำ สำหรับ มังกรจรัสแสง (8) เคยเข้าเส้นชัยอันดับ 3 ในการออกสตาร์ทครั้งล่าสุด จึงมีโอกาสทำผลงานได้ดีกว่าเดิมในเที่ยวนี้

เที่ยวที่ 5 – ม้าเทศ คลาส 1 – 1100 เมตร
คอนโดมีเนียม (4) ที่คว้าวินมาเมื่อนัดก่อน ภายใต้การแบกน้ำหนักที่ 53.0 กก. และถึงแม้ครั้งนี้จะแบกน้ำหนักเพิ่มอีก 2 กก. ก็ยังดูมีลุ้นได้อีก ซึ่งการแข่งระยะสั้น เหมาะกับม้าฝีเท้าสปริ้นท์เตอร์ดี ม้านี้อย่างยิ่ง ไปยัง ชาร์มมิ่งวิน (1) เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 เมื่อสองสัปดาห์ก่อน และยังคงต่อน้ำหนักโดยการแบก ท็อปเวทที่ 62.5 กก. อีกครั้ง ไม่น่าจะมีผลอะไรต่อฝีเท้ามาก ส่วน ไวเปอร์คอมมานด์ (8) ได้เคียงคู่กับ จ๊อกกี้ สันติภาพ ดูแล้วน่าจะได้รับความสนใจไม่น้อย พร้อมจากการได้แบกน้ำหนักต่ำสุดที่ 52.0 กก.อีกด้วย

เที่ยวที่ 6 – ม้าเทศ คลาส 2 – 1100 เมตร
มีนำทรัพย์ (1) นัดนี้ถึงต้องแบกท็อปเวท แต่ยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าชัยเป็นวินที่ 3 ในประเทศไทย ได้อีก ไปทางด้าน โมเมนตั้ม (7) ผลงานสองสัปดาห์ก่อนอาจไม่ดีนัก แต่หลายฝ่ายเห็นว่าเขาควรได้อันดับ 3 เป็นอย่างน้อย สำหรับ ศูนย์ศูนย์เจ็ด (2) ยังคงตามหาชัยชนะเป็นวินแรกในไทยต่อไป และนัดนี้ดูท่าจะมีโอกาสติดอันดับในคลาส 2 นี้

เที่ยวที่ 7 – ม้าเทศ คลาส 3 – 1100 เมตร
มงคลสาธุ (2) คว้าชัย 3 วินภายในระยะเวลา 2 เดือน ม้ากำลังมาดี จึงถูกยกให้เป็นตัวเต็งของเที่ยวที่นี้ ทางด้าน บลูอาย (6) ได้ออกสตาร์ทจากซอง 1 และได้จ๊อกกี้ วิจิตรกร ขึ้นขี่ และการได้อยู่ซองในก็เป็นข้อได้เปรียบ สำคัญหากวางแผนที่จะเร่งสปีดขึ้นไปกลุ่มหน้าเร็ว โอกาสก็สูง ส่วนม้า มังกรตองสิบ (3) ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ชัยชนะมาสักพักแล้ว แต่ม้ายังคงมีศักยภาพที่สามารถทำผลงานดีได้ได้เสมอ

เที่ยวที่ 8 – ม้าเทศ คลาส 4 – 1100 เมตร
แจ๊คแลมวาร์ด (8) ที่ยังต้องตามหาชัยชนะครั้งแรกในประเทศไทย และนัดนี้อาจถึงเวลาของเขาแล้ว หลังติดอันดับแขวนป้ายมาหลายครั้ง ไปยังม้า มังกรโตเกียว (1) ชนะอย่างสวยงามเมื่อสองสัปดาห์ก่อน และมีลุ้นทำซ้ำ แม้ต้องแบกท็อปเวท 59.0 กก. ก็ตาม ส่วน สุภาพบุรุษ (6) คว้าชัยครั้งแรกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ต้องได้ออกจากซอง 13 ซึ่งถือว่าเป็นตัวแปรที่เสียเปรียบสำหรับการแข่งระยะ 1100 เมตร ต้องลุ้นแทคติกผู้ขี่











