“สมยศ” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ สละตำแหน่งตามเสียง ของพลเอกประวิตรฯ ที่แนะให้อำลาเก้าอี้ผู้นำฟุตบอลไทย พร้อมเตรียมแจ้งเหตุผลแห่งการลาออกต่อ AFF,AFC และ FIFA ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสมาคมฯ

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter
    ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แจ้งเป็นเอกสารข่าว เมื่อเช้าวันที่ 1 ก.ค.2566 ระบุว่า พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเนื้อหาการประชุมที่ได้มอบหมาย นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคม เข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ประจำปี 2565 ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ณ ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคฯ  ถนนศรีอยุธยา ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ผ่านมา และจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทั่วไปว่า พลเอกประวิตรฯ ได้แนะให้ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบผลงานการแข่งขันฟุตบอล และเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของนักฟุตบอลและสตาฟฟ์โค้ช ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศกัมพูชา ที่ผ่านมา
    “ตนในฐานะนายกสมาคมฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแแล และจดทะเบียนกับการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของ พลเอกประวิตรฯ โดยจะได้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไป และจะแจ้งผลและเหตุผลแห่งการลาออกต่อ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFF) สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกทราบ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสมาคมฯ ตามลำดับต่อไปตามหน้าที่ของประเทศสมาชิก” เอกสารข่าวแจ้งถึงการเปิดใจของพลตำรวจเอกสมยศ ในตอนสุดท้าย

RANDOM

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ชวนน้อง ๆ มัธยมต้นร่วมประกวดเรียงความ หัวข้อ “อนาคตการศึกษาของเด็กไทย และอาชีพในฝันของเด็กไทยในอนาคต” ชิงทุนการศึกษารวม 80,000 บาท เปิดรับสมัครและส่งผลงาน 1 – 29 พ.ย. นี้

ประกวดภาพถ่าย ร่วมฉลอง 60 ปี ม.เชียงใหม่ ในโครงการ “ภาพแห่งความทรงจำ ความสวยงามที่ยั่งยืนผ่านเลนส์” หัวข้อ “ภาพแห่งความทรงจำ ความสวยงามที่ยั่งยืนผ่านเลนส์” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 140,000 บาท ส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 20 ธ.ค. 2567

NEWS

นักกฏหมาย ที่รักกีฬา และมวย ถ่ายทอดมุมมองชัดเจน ต่อกรณี ‘ห้ามมวยเด็ก’ ที่กำลังเป็นกระแส แค่มาจากผู้ใหญ่ 2 กระทรวง คุยกันไม่จบ เพราะยืนคนละมุม มีเป้าหมายคนละอย่าง…แล้วจะไปต่ออย่างไร

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!