สถานีความคิด StationTHAI : พฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressive behavior) อันเป็นต้นเหตุนำไปสู่ความรุนแรง (Violence) ในวงการกีฬา

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

ช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์หนึ่งที่ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์ และสร้างความกังวลให้กับวงการกีฬาฟุตบอลในเมืองไทยเป็นอย่างมากคือกรณีเกิดการทำร้ายร่างกายผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในช่วงท้ายของการแข่งขันโดยผู้เล่นของทีมที่มีคะแนนตามอยู่ด้วยการฟันศอกไปที่บริเวณใบหน้าจนถึงกับเป็นแผลแตก แม้ว่าการแข่งขันจนไปถึงการตัดสินลงโทษจากทางสมาคมฟุตบอลและจากสโมสรต้นสังกัดจะสิ้นสุดลงไปแล้ว หากแต่การวิเคราะห์ถึงกลไกทางด้านจิตวิทยาที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์ในรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นอีกในอนาคต

     พฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressive behavior) อันเป็นต้นเหตุนำไปสู่ความรุนแรง (Violence) นั้น หากมองในปัจจัยทางด้านบุคคลจะมีที่มาจากทั้งทางอุปนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด และทางการเรียนรู้ทางสังคมและประสบการณ์ที่ได้รับ เช่น การเห็นต้นแบบที่มีความคล้ายคลึงกันทำพฤติกรรมก้าวร้าว หรือสร้างความรุนแรงมาก่อนแล้วได้รับผลลัพธ์ไปในทางบวก หรือกระทั่งการไม่ได้รับผลใด ๆ ที่เป็นทางลบจากการกระทำนั้น จะเป็นการสั่งสมให้พฤติกรรมก้าวร้าวมีความเด่นชัดขึ้นในทุกครั้งที่แสดงออก จนกระทั่งเริ่มกลายเป็นความรุนแรง โดยอาจจะเริ่มจากความรุนแรงเล็กน้อยแล้วพัฒนาไปเป็นความรุนแรงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้ามในที่สุด

ซึ่งหากรวมกับมุมมองทางด้านกลไกการเกิดของพฤติกรรมก้าวร้าวและความรุนแรงอันมีที่มาจากความคับข้องใจ (Frustration) โดยความก้าวร้าวที่พัฒนาไปสู่ความรุนแรงในการกีฬาจะเป็นผลลัพธ์หากคับข้องใจนี้มีความรุนแรงมากเพียงพอ และไม่มีกลไกยับยั้ง เช่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หิริโอตัปปะ อันเป็นกลไกยับยั้งภายใน และที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือกฎเกณฑ์และการควบคุมการแข่งขันอันเป็นกลไกยับยั้งภายนอกที่นักกีฬาไม่สามารถควบคุมได้เอง โดยเมื่อความคาดหวัง (Expectation) ของนักกีฬาที่มีต่อการแข่งขันไม่ได้รับการตอบสนอง เช่น ทีมเป็นฝ่ายตาม การที่คู่ต่อสู้ทำผิดกติกาเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ตลอดเกมโดยไม่ได้รับการลงโทษ ก็จะทำให้เกิดความคับข้องใจเกิดขึ้น และเมื่อกลไกการยับยั้งทั้งภายในและภายนอกไม่สามารถ หรือไม่มีการควบคุมความคับข้องใจได้อีกต่อไปก็จะได้พฤติกรรมก้าวร้าวและความรุนแรงตามมานั่นเอง

การคอยเตือนถึงผลลัพธ์อันเกิดจากการสร้างความรุนแรงในการแข่งขัน และการสร้างจิตสำนึกและน้ำใจนักกีฬาเป็นวิธีการที่ได้ผลวิธีหนึ่งในการป้องกันการเกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์นี้ หากแต่การสร้างกลไกยับยั้งภายนอกเพื่อที่จะควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรงก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาประกอบการตัดสิน การพัฒนาระดับความสามารถของผู้ตัดสินให้มีความเท่าทันต่อเกมการแข่งขัน รวมไปถึงการคัดเลือกผู้ตัดสินจากทัศนคติที่มีความเข้มงวดต่อการทำผิดกติกา จนถึงการไม่ยั่วยุจากผู้ชม เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดเหตุการณ์รุนแรงในสนามให้เกิดน้อยลงจนไปถึงไม่เกิดเหตุการณ์ที่จะเป็นการทำลายวงการฟุตบอล หรือวงการกีฬาของไทยได้อีกในอนาคต.

ผศ. ดร. เบญจพล เบญจพลากร

คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

RANDOM

สมาคมสถาปนิกสยามฯ ชวนสถาปนิก นักออกแบบ และนักเรียน นักศึกษา ร่วมประกวด “ASA Experimental Design Competition” ชิงเงินรางวัลรวม 280,000 บาท ผลงานชนะเลิศจะได้จัดแสดงในงานสถาปนิก 2566 หมดเขตรับสมัคร 1 เม.ย. นี้

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ กสทช. และ กองทุนพัฒนาสื่อฯ จัดประกวดภาพยนตร์สั้น ในโครงการประกวดสื่อเพื่อสร้างสำนึกพลเมือง ปี 2567 ชิงเงินรางวัลรวม 120,000 บาท เปิดรับสมัครแล้ว – 31 ตุลาคม นี้

มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เดินหน้าโรงเรียนต้นแบบอาหารและโภชนาการ S.M.A.R.T.S. Model school ในโครงการ “อายิโนะโมะโต๊ะ โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ” เสริมแกร่งโครงการอาหารกลางวันเด็กไทย โรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สมัครด่วน! หมดเขต 31 ธ.ค. นี้

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!