สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) โดยนายกสมาคมฯ ดร.ณัฐพล รังสิตพล เป็นประธานการแถลงข่าว การแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นประเภททีมมาตรฐานสากล รายการกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม พ.ศ.2569 ณ สนามกอล์ฟลำลูกกาคันทรีคลับ จ.ปทุมธานี พร้อมเผยโฉมหน้า 12 ทีมที่ส่งผู้เล่นเข้าแข่งขัน

คุณจิร โชตินุชิต ประธานแผนกกีฬากอล์ฟสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานอำนวยการ จัดการแข่งขันกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 กล่าวถึงความพร้อมในการจัดงานกอล์ฟประเพณีครั้งนี้ว่า “เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟมือสมัครเล่นรายการนี้ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานของกีฬากอล์ฟในระดับสากล ทางคณะผู้จัดการแข่งขันได้มีการเตรียมความพร้อมของการแข่งขันในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น บุคลากรผู้ควบคุมกฎกติกาการแข่งขัน โปรแกรมอัพเดตผลคะแนนแบบออนไลน์ และเพิ่ม Facebook Live เพื่อเพิ่มช่องทางในการติดตามผลการแข่งขันได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งสนามแข่งขันที่ได้ระดับมาตรฐานของมืออาชีพ โดยเราเลือก สนามกอล์ฟลำลูกกาคันทรีคลับ จ.ปทุมธานี เหมือนเช่นทุกครั้งในการแข่งขันที่ผ่านมา อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมสำหรับ 12 ทีมที่เข้าแข่งขัน ทางสนามยังเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟทุกคนสามารถเข้าซ้อมได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนวันแข่งขันจริงระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 ที่จะถึงนี้”
“สำหรับในเรื่องถ้วยรางวัลของทีมที่ชนะเลิศนั้น ทางสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ขอพระราชทานถ้วยรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ใช้ถ้วยพระราชทานได้ ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 13 ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ อีกทั้งยังนับเป็นความภาคภูมิใจอันสูงสุด ของทีมผู้เล่นที่จะชนะเลิศการแข่งขันอีกด้วย”

นายวิชิต บัณฑุวงศ์ ผู้อำนวยการ การแข่งขัน กล่าวถึงความพร้อมของ. 12 ทีม และ กฎ กติกา ที่ใช้ในการแข่งขันในรายการนี้ว่า “การแข่งขันกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 เป็นการแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นประเภททีม มีทีมเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 12 ทีม ได้แก่
1.ทีมราชนาวี (RTN) แชมป์เก่าครั้งที่ 11 และ 12
2.ทีมสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUAA)
3.ทีมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT)
4.ทีมสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TU)
5.ทีมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
6.ทีมมหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKU)
7.ทีมราชกรีฑาสโมสร (RBSC)
8.ทีมสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (CGA)
9.ทีมกองทัพอากาศ (RTAF)
10.ทีมชมรมกอล์ฟสมาคมชาวญี่ปุ่น (JAGC)
11.ทีมสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (OV)
12.ทีมบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)
ซึ่งกล่าวได้ว่าในขณะนี้แต่ละทีมล้วนมีความพร้อมทั้งในด้านร่างกาย และทักษะการเล่นกันเกือบ 100% เนื่องจากแต่ละทีมมีการฝึกซ้อมกันอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งในด้านกำลังใจของผู้เล่นแต่ละคนในทีม ก็มีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม และการแข่งขันในครั้งนี้น่าจะเป็นการแข่งขันที่สนุก เข้มข้น เป็นการแข่งขันที่น่าจับตามอง และน่ารอคอยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟทุกท่าน โดยสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด”
คณจิร โชตินุชิต กล่าวต่อไปว่า “เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในทุกครั้งของการแข่งขันกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน ทางคณะผู้จัดการแข่งขัน จะนำรายได้ส่วนหนึ่งขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยต่อไป”











