ว.นานาชาติ มธบ. เตรียมเปิดหลักสูตรภาษาเกาหลี 2+2 เรียนทั้งที่ไทยและเกาหลี เรียนจบรับปริญญา 2 ใบ

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า วิทยาลัยนานาชาติ DPU ลงนามความร่วมมือกับ Gyeongsang National University (GNU) ประเทศเกาหลี เตรียมเปิดหลักสูตรภาษาเกาหลี ในปีการศึกษา 2567 ซึ่งจะเป็นหลักสูตรภาษาตะวันออกอีกหนึ่งสาขา เพิ่มเติมจากสาขาภาษาญี่ปุ่น โดยหลักสูตรภาษาตะวันออกดังกล่าว เป็นหลักสูตร 2+2 เรียนที่ประเทศไทย 2 ปี และ อีก 2 ปีหลัง จะเรียนที่ประเทศเกาหลี ณ Gyeongsang National University ที่ได้ลงนามความร่วมมือกัน นอกจากนี้ ภายหลังจบการศึกษาจะได้รับปริญญา 2 ใบ ทั้งจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ Gyeongsang National University (GNU) และเมื่อผ่านการสอบวัดระดับภาษาเกาหลี (TOPIK) ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ยังเตรียมช่องทางในการทำงานไว้รองรับบัณฑิตที่จบการศึกษาอีกด้วย

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ร่วมกับ Gyeongsang National University Daegu Haany University Kortop Media และ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย เปิดศูนย์ “Korean Language and Cultural Center” ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566 โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับ ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ Hyan-wook Kim รองคณบดีฝ่ายต่างประเทศและความร่วมมือ Gyeongsang National University Park, Soo Jin รองอธิการบดี Daegu Haany University Koh, Dae Hwa ประธาน Kortop Media และ นางสาวธันยากานต์ หิรัญสิทธิทวีกุล ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย ร่วมในพิธีเปิด โดยศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้ ภารกิจของศูนย์จะมีการเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรภาษาเกาหลี เพื่อให้นักศึกษาชาวไทยได้เพิ่มทักษะภาษาที่สาม รวมทั้งเข้าใจในวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีมากขึ้น อันจะนำไปสู่การเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ ในการทำงาน และการทำธุรกิจ

คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มธบ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า อิทธิพลทางวัฒนธรรมของเกาหลีเฟื่องฟูมาก เรียกว่าเป็น Soft Power ที่ติดอันดับต้น ๆ และขยายอิทธิพลไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นอกจากนี้ ภาครัฐยังสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเกาหลีเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยข้อมูลจาก บีโอไอ ระบุ มีนักลงทุนเกาหลีเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว จำนวนกว่า 400 ราย และล่าสุด ได้เชิญชวนนักลงทุนเกาหลีเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คาดมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ดังนั้น โอกาสของของแรงงานที่สามารถสื่อสารภาษาและเข้าใจวัฒนธรรมเกาหลีจึงมีมากขึ้น ทางมหาวิทยาลัยฯจึงเล็งเห็นความสำคัญในการเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรภาษาเกาหลี เพื่อให้เด็กไทยได้เพิ่มทักษะด้านภาษา ซึ่งจะสอดคล้องกับความต้องการของเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการเรียนรู้ภาษาที่ 3 มากขึ้น

“ตั้งแต่มี EEC เกิดขึ้น นักลงทุนที่เข้ามา เมื่อก่อนเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่นักธุรกิจจีนที่เข้ามาลงทุนในไทย ยังมีนักธุรกิจเกาหลีที่เข้ามาลงทุนในไทยไม่แพ้กัน ดังนั้น จึงมีความต้องการแรงงานที่สามารถสื่อสารและเข้าใจวัฒนธรรมเกาหลี มหาวิทยาลัยเล็งเห็นความสำคัญของการเปิดหลักสูตรภาษาเกาหลี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และตอบโจทย์ความต้องการของเด็กรุ่นนี้ เพราะปัจจุบันมีเด็กที่ต้องการเรียนรู้ภาษามากกว่า 2 ภาษา มีจำนวนไม่น้อย และหนึ่งในนั้นก็ คือ ภาษาเกาหลีที่เป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว

ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า ก่อนจะเปิดสาขาภาษาเกาหลี มหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมผ่านการจัดให้มีหลักสูตรภาษาตะวันออก ได้มีการเพิ่มวิชาเอก ให้นักศึกษาเลือกเป็นภาษาที่ 3 คือ ภาษาญี่ปุ่น และ ภาษาเกาหลี โดยเปิดรับนักศึกษาประมาณเอกละ 100 คน สอนโดยอาจารย์คนไทยที่เรียนจบด้านภาษา และอาจารย์เจ้าของภาษาจากมหาวิทยาลัยที่ทำ MOU ด้วย ดังนั้น จึงเป็นหลักสูตรที่เราร่วมกันพัฒนา นักศึกษาจะได้ทั้งภาษาและวัฒนธรรม นอกจากนี้ เรายังมีแผนสร้าง Community ด้านภาษาต่าง ๆ เพื่อสร้างความกล้าด้านการสื่อสาร โดยวิชาเอกภาษาเกาหลี จะมีนักศึกษาเกาหลีแลกเปลี่ยนอยู่แล้วทุกปี และนักศึกษาที่เลือกเรียนเอกภาษาเกาหลี จะมีโอกาสได้ไป Summer Camp ที่ Keimyung University ประเทศเกาหลี อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีความร่วมมือทางวิชาการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นเวลา 1 สัปดาห์ (*ยกเว้น ค่าเดินทาง และ ค่าอาหาร) ซึ่งมหาวิทยาลัยที่เกาหลีจะเปิดรับทุกปี ๆ ละ 20 คน โดยการไปซัมเมอร์ในแต่ละปี นักศึกษาได้เพิ่มทักษะด้านภาษา และมีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกด้วย

RANDOM

โค้งสุดท้าย! อพวช. เชิญชวนนักวิทย์ นักคิด นักวิจัย ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดภาพทางวิทยาศาสตร์ Image of Science “วิจิตร วิจัย” ประจำปี 2567 ชิงเงินรางวัลรวม 50,000 บาท หมดเขตสมัครและส่งผลงาน 31 ก.ค. นี้

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!