หลักสูตรมาแรง! “วิศวกรรมชีวเภสัชภัณฑ์” มจธ. ผลิตกำลังคนคุณภาพป้อนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร การันตีเรียนจบมีงานทำทันที

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

รศ.ดร.อัศวิน มีชัย อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุและวัคซีนในยุคปัจจุบัน นอกเหนือจากนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และเภสัชกรที่ศึกษาค้นคว้าและสังเคราะห์ยาตัวใหม่ ๆ แล้ว วิศวกรในกระบวนการผลิตยาชีววัตถุและวัคซีน หรือที่เรียกว่า ไบโอฟาร์มาเอ็นจิเนีย (BioPharma Engineers) ก็มีความสำคัญเช่นกัน

“ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกร จะเน้นไปที่การศึกษาเกี่ยวกับสารกลุ่มที่สนใจ ทั้งด้านโครงสร้างและคุณสมบัติ แต่การนำสิ่งที่พบ หรือพัฒนาไปสู่กระบวนการผลิตจริง จะต้องเป็นหน้าที่ของวิศวกร ที่จะต้องวิเคราะห์และคำนวนหลักเกณฑ์ หลักการ และโพรเซสที่ต้องใช้ในการขยายขนาดจากห้องปฏิบัติการมาสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ ซึ่งในส่วนนี้สอดคล้องกับการที่ มจธ. ได้มีการจัดสร้างโรงงานต้นแบบเพื่อผลิตยา ได้แก่ โรงงานผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า โรงงานเอ็นบีเอฟ (National Biopharmaceutical Facility : NBF) ในพื้นที่บางขุนเทียน ในช่วง 2551 ที่ทำให้เราต้องการวิศวกรชีวเภสัชภัณฑ์เพื่อมาทำหน้าที่นี้ตรงนี้ เหมือน ๆ กับความต้องการที่เกิดกับบริษัทผลิตยาทั้งในไทยและทั่วโลก”

 

นี่จึงเป็นที่มาของการเปิด หลักสูตรวิศวกรรมเคมี สายวิศวกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาโท ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. เมื่อปี พ.ศ. 2556 เป็นหลักสูตรวิศวกรรมชีวเภสัชภัณฑ์หลักสูตรแรก และหลักสูตรเดียวในประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง รศ.ดร.อัศวิน ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักสูตรนี้ กล่าวว่า แม้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ตามแผนที่ตั้งไว้ แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ของสถานการณ์ในปัจจุบันเท่าที่ควร

“นับถึงวันนี้ มีผู้จบหลักสูตรระดับปริญญาโทของเรากว่า 45 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการบรรจุเข้าทำงานในบริษัทอุตสาหกรรมผลิตยา  หรือ หน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาทั้งในและต่างประเทศ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่เกิดการระบาดของโรคติดต่อชนิดใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ไข้หวัดนก มาจนถึงโควิด การค้นคว้าวิจัยเพื่อหายาที่จะมาต่อสู้กับเชื้อโรคเหล่านี้ จะมุ่งไปที่การสกัดหรือนำโมโนโคลนอล แอนติบอดี้ หรือ แอนติเจนของสิ่งมีชีวิตมาผ่านกระบวนทางเภสัช ที่ในขั้นตอนของการผลิตจริงต้องใช้วิศวกรที่เชี่ยวชาญในกระบวนการผลิตยาชีววัตถุและวัคซีนเป็นการเฉพาะ ขณะเดียวกัน แนวคิดการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้ระบุความต้องการแรงงานด้านกระบวนการผลิตยาชีววัตถุและวัคซีนต่าง ๆ สำหรับอุตสาหกรรมทางการแพทย์ครบวงจร ในพื้นที่ EEC ไว้ไม่ต่ำกว่า 2,000 คน สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คือ คำถามที่เราต้องหาคำตอบโดยเร่งด่วน”

ดังนั้น ในหลักสูตรที่ปรับปรุงใหม่ ปี พ.ศ. 2564 นอกจากการทำให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเปิดกว้างให้สามารถรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากด้านวิศวกรรมเคมีโดยตรง และด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้อีกด้วย และนอกจากการสร้างกำลังคนระดับสูง ภายใต้หลักสูตรวิศวกรรมเคมี สายวิศวกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ แล้ว ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ยังมีการดำเนินการภายใต้โครงการยูเชพ (U-CHEPS : Undergraduate Chemical Engineering Practice School) สาขาไบโอฟาร์มา ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาสาขาวิศวกรรมเคมี ของ มจธ. ที่สนใจในงานวิศวกรที่เกี่ยวกับการผลิตยาชีววัตถุและวัคซีน ได้มีประสบการณ์ในโรงงานจริง รวมถึงหลักสูตรใหม่ ๆ เพื่อสร้างกำลังคนสาขานี้ให้ได้มากขึ้นและเร็วขึ้น

ยูเชพ เป็นโครงการที่เน้นภาคปฏิบัติไปฝึกงานที่โรงงานผลิตยา มีทักษะ มีความรู้พื้นฐานที่สามารถไปเทรนนิ่งต่อยอดได้ เป็นที่ต้องการ สามารถป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตยาผลิตวัคซีนได้เลย นอกจากนี้ เรากำลังจะพัฒนาหลักสูตรที่สามารถใช้รับรองความรู้ด้วยตนเอง หรือ MC (Micro-Credential) ในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมผลิตยา เพื่อผู้ที่จบปริญญาตรี หรือแม้แต่ มัธยมปลาย สายวิทย์ และสนใจจะทำงานด้านนี้ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ พิสูจน์และขอการรับรองความสามารถ เพื่อให้ได้ Digital Badge ที่ออกโดย มจธ. ไปแสดงความเชี่ยวชาญตอนสมัครงานได้ทันที ซึ่งนี่คือการสร้างกำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรของไทยอย่างเป็นรูปธรรม” รศ.ดร. อัศวิน กล่าวสรุป

ผู้ที่สนใจและพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุและวัคซีนของไทยและต่างประเทศ สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โทร. 02-470-9221 หรือที่ https://www.facebook.com/ChemicalEngineeringKMUTT/

RANDOM

สัตวแพทย์ จุฬาฯ ชวนทาสหมา ทาสแมว มาร่วมกิจกรรม “Pet Obesity Day : สุขภาพดีไม่มีอ้วน” ดูแลสัตว์เลี้ยงให้แข็งแรง ห่างไกลโรคอ้วน ในวันที่ 4 มี.ค. 68 ณ โถงชั้น 1 อาคารสัตววิทยวิจักษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

จับตาเพื่อไทยครองเก้าอี้ “หัวโต๊ะกีฬา” ในรัฐบาลใหม่ หลังบิ๊กเพื่อไทยส่งสัญญาณแรก ถึง “ทีมบิ๊กป้อม” ทั้งบอร์ด กกท.และ บอร์ด กองทุน ควรทบทวน การกลับมาคิดจัดเอเชี่ยนอินดอร์ และมาเชียลอาร์ตเกมส์

สัตวแพทย์ ม.เกษตรฯ ศาสตร์ เชิญชวนผู้สนใจร่วมประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (LOGO) “วันสถาปนาคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครบรอบ 70 ปี” ชิงเงินรางวัลรวม 35,000 บาท หมดเขตรับสมัคร 28 ก.พ. 67

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!