ทิพยประกันภัย สืบสานศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 54 ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จากหลอดยาสีพระทนต์สู่แรงบันดาลใจแห่ง “ทันตนวัตกรรม”

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คำสอน หากปรากฏชัดในทุกพระราชจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้แต่หลอดยาสีพระทนต์ที่บางเฉียบเหมือนกระดาษ เพราะถูกบีบจนหมด สะท้อนการใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่า เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความหมายว่า การเปลี่ยนแปลงสังคมไทย เริ่มได้จากการเปลี่ยนตนเอง ด้วยใจที่พอเพียง

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 54 ได้เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ครั้งใหม่ ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี “หลอดยาสีพระทนต์” เป็นจุดเริ่มต้นของบทเรียนสำคัญสู่ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กิจกรรมในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สมาคมนักเรียนเก่าเอเอฟเอสแห่งประเทศไทย มูลนิธิธรรมดี พร้อมกับ องค์กรภาคีเครือข่าย และนับเป็นครั้งแรกที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ส่งบุคลากรกว่า 30 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะองค์กรภาคีเครือข่าย เพื่อศึกษาศาสตร์พระราชาอย่างใกล้ชิด และเตรียมนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า ศาสตร์พระราชา…คือทางออกของโลกใบนี้ เป็นแนวทางที่จะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับประเทศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างมั่นคง จากภายในสู่ภายนอก “ศาสตร์พระราชา คือ มรดกทางปัญญาที่ล้ำค่าที่สุดของแผ่นดิน พระองค์มิได้ทรงเพียงประทานแนวทาง หากแต่ทรงอุทิศทั้งชีวิตในการลงมือแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจังและยั่งยืนด้วยพระองค์เอง พระองค์ทรง ‘ทำให้ดู’ ผ่านพระราชจริยวัตรที่เรียบง่าย สมถะ แต่งดงาม และเปี่ยมด้วยความพอเพียง สมควรอย่างยิ่งที่พวกเราคนไทยควรน้อมนำมาเรียนรู้ และลงมือปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติโดยรวม”

ภายในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เข้าร่วมโครงการได้เยี่ยมชม พิพิธภัณฑสถานวาจวิทยาวัฑฒน์ พิพิธภัณฑ์ด้านทันตกรรมแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งจัดแสดงเครื่องมือทันตกรรมในอดีต ตำราหายาก และกรณีศึกษาทางโรคฟัน ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และการแพทย์ โดยจุดสำคัญ คือ สถานที่จัดแสดง “หลอดยาสีพระทนต์” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ถูกบีบจนบางเฉียบ กลายเป็นสัญลักษณ์ทรงพลังของ “ความพอเพียง” ที่สะท้อนพระราชจริยวัตรอันเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยวินัย ความใส่ใจ และความรับผิดชอบต่อทรัพยากร

นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ถึง พระราชวิสัยทัศน์ด้านสาธารณสุขแบบองค์รวม ซึ่งได้กลายเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพและนวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบัน โดยพระองค์เคยมีพระราชดำรัสว่า “เวลาออกหน่วย อย่าดูแต่ฟันอย่างเดียว…ให้ดูร่างกายส่วนอื่นๆ รวมถึงการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยด้วย ถ้าน้ำไม่มี จะให้เขาแปรงฟันวันละสองครั้งได้อย่างไร ถ้าไม่มีถนน จะมาหาทันตแพทย์ปีละสองครั้งได้อย่างไร”

พระราชดำรัสนี้ ชี้ให้เห็นแนวคิดแบบองค์รวม (Holistic Approach) ที่เป็นหนึ่งในหัวใจของ ศาสตร์พระราชา นั่นคือ การเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้งรอบด้าน มองเห็นความเชื่อมโยงของสาเหตุ และบูรณาการแนวทางการแก้ไขให้เข้ากับบริบทของผู้คนอย่างแท้จริง จากแนวคิดนั้นเอง ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนาในวงการทันตแพทย์ไทยยุคใหม่ จนเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ทันตนวัตกรรม” ทั้งในแง่ของแนวคิดและเทคโนโลยี ทำให้เกิดการพัฒนาด้านการให้บริการ และนวัตกรรม เช่น รากฟันเทียมสำหรับผู้สูงวัยในชนบท การคิดค้นเยลลี่บำรุงฟันสำหรับเด็กที่เข้าถึงยาก น้ำยาบ้วนปากที่ไม่ต้องใช้น้ำตาม หรือแม้กระทั่งระบบการให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ที่เข้าไปหา “ผู้มีปัญหา” แทนที่รอให้เขาเดินทางมาหาเรา

จากนั้น คณะผู้เข้าร่วมเดินทางต่อไปยัง วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ซึ่งเป็นเสมือนสวนป่าธรรมะกลางมหานคร จัดสร้างตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้รับการขนานนามว่า “สวนป่าศาลาพระราชศรัทธา” เป็นสถานที่ที่ถูกโอบล้อมด้วยตึกสูงและห้างสรรพสินค้า แต่กลับสงบและร่มรื่นจากแมกไม้ใหญ่ และได้รับการสืบสานเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเจริญสติในปัจจุบัน ทางคณะได้กราบนมัสการพระแสงและพระไสยาสน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ศิลปะล้านช้างและสุโขทัย ที่ประดิษฐานมาตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 4 กราบสักการะพระเจดีย์แห่งราชสกุลมหิดล และเข้าชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่จัดแสดงประวัติและเครื่องใช้ส่วนตัวของพระอริยสงฆ์ผู้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของสายพระกรรมฐาน และการได้เข้าถึงหัวใจของศาสตร์พระราชา ผ่านการเจริญธรรม การนั่งสมาธิ และสวดมนต์ ณ สวนป่าศาลาพระราชศรัทธา

นอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดให้มีการสัมมนาและเวิร์กช็อปเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ ศูนย์การเรียนรู้อเนกประสงค์ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแบ่งปันความรู้ อาทิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 หรือ Interactive Board Game หนึ่งเดียวในโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2030 และยังได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ได้แก่ การมอบทุนการศึกษาจาก มูลนิธิธรรมดี ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ การมอบหนังสือจากโครงการ “อมรินทร์อาสา อ่านพลิกชีวิต” เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนที่มีความต้องการอีกด้วย

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไป สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ เฟซบุ๊ก : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองในการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภาได้

RANDOM

สำนักงานประกันสังคม จัดประกวดคลิปสั้นประกันสังคม ในหัวข้อ “จ่ายประกันสังคม ผู้ประกันตนได้อะไร” และ หัวข้อ “อาชีพอิสระอุ่นใจ ให้ประกันสังคมมาตรา 40 ดูแล” ชิงทุนการศึกษารวม 230,000 บาท สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 ก.ค. 67

ปิดฉากด้วยความสำเร็จยิ่งใหญ่ “มวยไทย” ยกทัพบูมต่อเนื่องที่ฮ่องกง ในศึก “อีสต์ เอเชี่ยน มวยไทย แชมเปี้ยนชิพ 2023” โดยมีนักกีฬา 9 ชาติในเอเชียตะวันออกร่วมชิงชัยกันอย่างคึกคัก

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!