บิ๊กบอยส่องกล้องก่อนแข่ง เล็งว่า ชัยมงคล ถึงเวลาจะกลับมา ขณะที่สมิงไพร ดูดีแต่จะมี ฟลิคก้าขวาง ส่วนอีกคู่ มงคลสาธุ ต้องหนี ลูกอีสานให้ได้

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

     ส่องกล้อง…มองม้า กับ บิ๊กบอย  ในนัดวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่สนามฝรั่ง ทั้ง 9 เที่ยวแข่ง พร้อมรายละเอียดเพิ่มความสนุกสนานก่อนแข่ง ติดตามด้านล่างครับ

เที่ยวที่ 1 – The Sathorn Stakes (ม้าไทย คลาส 5) – ระยะ 1300 เมตร

     ควีนแองเจิ้ล (4) ซึ่งโชว์ฝีเท้าให้เห็นถึงความสามารถของเธอ จากการคว้าอันดับที่ 2 ถึงสองครั้งในช่วงหลังนี้ และด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 56.5 กก. ม้าตัวเมียอายุ 3 ขวบตัวนี้ มีโอกาสดีที่จะคัมแบ็คมาทำผลงานได้ดีด้วยการคว้าวินแรก โดยจะได้จ๊อกกี้ วิษณุกรณ์ มาขี่ยิ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง ไปทางด้าน น้องเพชรลดา (2) เป็นม้าที่ผ่านการแข่งขันมาไม่มากนัก นัดนี้จะได้ประโยชน์จากการใช้จ๊อกกี้ฝึกหัด อย่างจ๊อกกี้จอมแก่น ซึ่งช่วยลดภาระจากน้ำหนักที่ต้องแบก 58.5 กก. และทำให้มีโอกาสเข้ามาชิงชัยในกลุ่มหน้าได้ ส่วน พุธิตา (1) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในม้าที่ทำผลงานได้สม่ำเสมอที่สุดในเที่ยวนี้ โดยเข้าอันดับที่ 3 ถึงสามครั้งจากการลงแข่ง 5 ครั้งหลังสุด แม้ต้องแบกน้ำหนักสูงสุด แต่ด้วยเรตติ้งและฟอร์มล่าสุดที่มั่นคง จึงเป็นม้าที่ไม่ควรมองข้าม

เที่ยวที่ 2 – The Yannawa Stakes (ม้าไทย คลาส 3) – ระยะ 1300 เมตร

     วินเดอะเดย์ (1) ม้าที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในเที่ยวนี้ จากการที่ได้วินไปถึง 3 วินใน 5 นัดหลังสุด นัดนี้แม้จะต้องแบกน้ำหนัก 60 กก. แต่ด้วยชั้นม้า และฟอร์มปัจจุบัน ทำให้ยังคงเป็นม้าที่โดดเด่น และคู่แข่งทุกตัวอยากเอาชนะให้ได้ ส่วน บลูมมิ่งวิล (3) ที่ชนะมาแล้ว 2 วินจาก 5 นัดหลังสุด และม้าตัวเมียอายุ 3 ปีตัวนี้ กำลังพัฒนาฟอร์มการวิ่งขึ้นมา นัดนี้ดูจะได้เปรียบพอสมควร ด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 54 กก. แม้เรตติ้งจะถูกปรับขึ้นมาในช่วงหลังนี้ และความน่าสนใจอีกอย่างก็คือการได้จ๊อกกี้ชั้นนำ อย่างจ๊อกกี้วิจิตรกร มารับหน้าที่ขี่ให้ด้วย ไปทางด้าน เซ็พเทมเบอร์ (5) ที่ทำผลงานได้สม่ำเสมออย่างมาก โดยจบไม่เกินอันดับที่ 4 ตลอดห้านัดแข่งที่ผ่านมา และด้วยแบกน้ำหนักเพียง 53 กก. มีโอกาสสูงที่จะกลับมาอยู่ในกลุ่มลุ้นติดอันดับอีกครั้ง โดยชัยชนะเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ยังถือว่าน่าประทับใจไม่ลืม

เที่ยวที่ 3 – The Khlong San Stakes (ม้าไทย คลาส 4) – ระยะ 1300 เมตร

     คัตตะ (3) ซึ่งได้แสดงให้แฟนอาชาเห็นแล้วว่า เป็นม้าที่มีความสามารถที่จะคว้าชัยชนะได้แน่ และการได้ออกสตาร์ทจากซองที่ 3 เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างดี บวกกับฟอร์มล่าสุดบ่งบอกว่ายังมีโอกาสยกระดับผลงานจากการลงแข่งครั้งที่ผ่านๆมา ได้อีก ไปทางด้าน คองคอร์ด (1) ที่ทำผลงานดีขึ้นด้วยการคว้าอันดับที่ 4 ในนัดแข่งล่าสุด และการที่เรตติ้งได้มีการปรับลดลงเล็กน้อยจากนัดก่อนๆ รวมทั้งได้ใช้ประโยชน์จากสิทธิ์ลดน้ำหนักจากจ๊อกกี้ฝึกหัด ของจ๊อกกี้ยุทธศาสตร์ จึงทำให้มีโอกาสมากขึ้นแม้ต้องแบกน้ำหนักสูงสุดก็ตาม นอกจากนี้ยังน่าจะได้ประโยชน์จากระยะแข่งที่ยาวขึ้น และหากในวันแข่งมีฝนตกก็น่าจะเข้าทางคองคอร์ด สำหรับ เกรทวิล (7) ที่ลงแข่งนัดนี้ด้วยความสมบูรณ์ ดูดีมีลุ้นมาก ด้วยแบกน้ำหนักเพียง 55 กก. และได้ออกตัวจากซองที่ 4 จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดี ที่จะช่วยให้ทำผลงานได้แบบไม่น่ามองข้าม

เที่ยวที่ 4 – The Dusit Stakes (ม้าเทศใหม่ คลาส 3) – ระยะ 1300 เมตร

     สมิงไพร (1) ซึ่งเป็นม้าที่โดดเด่นที่สุดในเที่ยวนี้ ด้วยผลงานชนะ 4 วิน และอันดับที่ 2 อีก 1 ครั้งจาก 5 นัดแข่งล่าสุด นัดนี้แม้จะต้องแบกน้ำหนัก 60 กก. แต่ความสม่ำเสมอ และผลงานการชนะที่พิสูจน์มาแล้ว ทำให้เป็นม้าที่ทุกตัวต้องพยายามสกัดผลงานให้ได้ ไปทางด้าน ฟลิคก้า (5) ที่ได้วินติดต่อกันในการลงแข่ง 3 ครั้งหลังสุด และครั้งนี้จะได้พบกับคู่แข่ง ที่มีฝีเท้าใกล้เคียงกันกับความสามารถของเธอมากขึ้น จึงน่าจับตา ขณะที่ ดาร์กช็อคโกแลต (2) ซึ่งทำผลงานได้สม่ำเสมออย่างมาก โดยจบไม่เกินอันดับ 4 ตลอด 5 นัดแข่งหลังสุด และนัดนี้ยังได้ตำแหน่งซองด้านใน อาจช่วยให้เปลี่ยนความสม่ำเสมอนั้นให้กลายเป็นผลงานที่ดียิ่งขึ้นก็ได้

เที่ยวที่ 5 – The Phra Nakhon Stakes (ม้าเทศ คลาส 3) – ระยะ 1300 เมตร

     มงคลสาธุ (4) ที่เข้าใกล้ชัยชนะมาโดยตลอด ด้วยผลงานอันดับที่ 2 ถึง 3 ครั้ง และอันดับที่ 3 อีก 1 ครั้งจาก 5 นัดหลังสุด ครั้งนี้จึงถือว่ามีโอกาสดีมากที่จะคว้าชัยชนะได้สำเร็จ มองไปที่ ลูกอีสาน (3) ซึ่งเพิ่งคว้าชัยชนะมาในนัดล่าสุด และทำให้เห็นได้ชัดแล้วว่า กำลังกลับเข้าสู่ฟอร์มที่ดี ทำให้เป็นคู่แข่งสำคัญกับม้าเที่ยวนี้ แม้เรตติ้งจะถูกปรับขึ้นมา 7 แต้ม ก็ตาม ส่วนทางด้าน โชคเดชา (13) ที่จะลงแข่งด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 52 กก. หลังเรตติ้งลดลงไป 6 แต้ม และจากฝีเท้าที่เคยแสดงให้แฟนอาชาได้เห็นถึงความสามารถในการคว้าชัยมาแล้ว หากกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดได้ ก็น่าจะเป็นม้าที่น่าจับตามองอีกตัวของเที่ยวนี้

เที่ยวที่ 6 – The Thonburi Stakes (ม้าเทศ คลาส 1) – ระยะ 1300 เมตร

     ชัยมงคล (1) ที่เป็นม้าที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยวนี้ และการเข้าอันดับที่ 2 เมื่อสองเที่ยวก่อน และเที่ยวล่าสุด จะเข้าเส้นชัยได้อันดับที่ 5 พร้อมทั้งครั้งนี้ต้องแบกน้ำหนักสูงสุด 62.5 กก. แต่ด้วยคลาสม้าที่เคยโชว์ฝีเท้าให้เห็นมาแล้ว จึงยังคงมีโอกาสสูง และการได้ จ๊อกกี้วิจิตรกร มารับหน้าที่ขี่ ยิ่งถือเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบแน่ๆ ไปทางด้าน แคฟวารี (8) ที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนด้วยการเข้าอันดับที่ 2 ในเที่ยวล่าสุด และด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 55.5 กก. จึงอยู่ในสถานการณ์ที่ดี ที่จะต่อยอดจากผลงานที่ทำไว้ครั้งก่อน ส่วน ฌ็องเซลิเซ่ (3) ซึ่งชนะมาเมื่อสองนัดก่อน และตอนนี้นี้เรตติ้งก็ลดลงมา 2 แต้ม จึงมีโอกาสกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเที่ยวล่าสุดเข้าอันดับที่ 7 ก็ตาม

เที่ยวที่ 7 – The Phayathai Stakes (ม้าเทศ คลาส 2) – ระยะ 1300 เมตร

     บิ๊กเฮง (9) ซึ่งทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไรนัก ด้วยการเข้าอันดับที่ 6 ในนัดล่าสุด แต่จากเข้าอันดับที่ 2 เมื่อสองนัดก่อน จึงยังทำให้เห็นถึงศักยภาพของม้าตัวนี้ และด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 54 กก. ประกอบกับได้จ๊อกกี้ ศุภากร มาขี่ จึงมีโอกาสชัดเจนที่จะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง ส่วน ลักกี้เฟมัส (4) ที่ลงแข่งครั้งนี้ด้วยผลงานยอดเยี่ยม จากการคว้าอันดับที่ 2 ในนัดล่าสุด และการกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดี ทำให้เป็นหนึ่งในม้าที่มีลุ้น แม้ต้องแบกน้ำหนัก 59 กก.ก็ตาม ทางด้าน มังกรอลังการ (10) ซึ่งทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงหลังมานี้ รวมถึงการเข้าอันดับที่ 2 เมื่อสามนัดก่อน และด้วยน้ำหนักเพียง 53.5 กก. แล้วออกตัวจากซองที่ 3 จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีสำหรับการลุ้นติด 3 อันดับแรก

เที่ยวที่ 8 – The Pathumwan Stakes (ม้าเทศใหม่ โอเพ่น เมเด้น) – ระยะ 1200 เมตร

     เอ็กซ์ตรีมพ้อยท์ (11) ซึ่งจะลงแข่งเป็นครั้งแรก หลังจากทำเวลาเป็นอันดับ 1 ในการทดสอบเวลา ด้วยการทิ้งห่างม้าตัวอื่นอย่างชัดเจน ในนัดนี้ได้ออกตัวจากซองที่ 2 และการได้จ๊อกกี้ สันติภาพ มาขี่ ทำให้เป็นม้าเทศใหม่ที่น่าจับตามองและมีโอกาสสร้างผลงานได้ทันทีในการลงสนามแข่งครั้งแรก มองไปยัง เอมิลี่เกิร์ล (1) ที่ได้เก็บประสบการณ์ การแข่งขันจริง ที่เป็นประโยชน์ไว้แล้วหลายเที่ยว พร้อมทั้งเคยแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้วยการเข้าอันดับที่ 2 ในรายการเมจิคมิลเลียนคัพ 2026 ยังแบกน้ำหนักเพียง 54 กก.อีก ทำให้ยังคงได้เปรียบในการแข่งขัน สำหรับ เลดี้โรมานซ์ (2) ซึ่งเริ่มต้นอาชีพการแข่งขันได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการเข้าอันดับที่ 2 ในการลงแข่งครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านั้นก็เข้าอันดับที่ 2 ในการทดสอบเวลาเช่นกัน นัดนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะทำผลงานได้ดีอีกครั้ง

เที่ยวที่ 9 – The Bang Rak Stakes (ม้าเทศ คลาส 4) – ระยะ 1560 เมตร

     ในระยะ 1560 เมตร การแข่งขันจะมีลักษณะแตกต่างจากการแข่งระยะสั้นอย่างชัดเจน ม้าที่เข้าแข่งจำเป็นต้องเก็บแรง และพยายามรักษาพลังงานไว้ เพื่อให้ยืนระยะได้จนถึงเส้นชัย ดังนั้นม้าที่ถนัดระยะไมล์ หรือระยะกลาง อย่างแท้จริงจะได้เปรียบกว่าม้าที่ถนัดระยะ สปรินท์ ซึ่งในเที่ยวนี้มีม้าหลายตัวที่เคยพิสูจน์ฝีเท้าไว้แล้วว่าสามารถแข่งขันในระยะกลางได้ จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งเที่ยวที่สนุกและน่าติดตามการแข่งขันมาก

     เริ่มต้นมองที่ ปอร์เช่ (8) ซึ่งดูเหมาะสมกับระยะ 1560 เมตรเป็นอย่างมาก และเพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเข้าอันดับที่ 2 ในเที่ยวล่าสุด อีกทั้งยังแบกน้ำหนักเพียง 54.5 กก. และยังได้ซองที่ 1 อีก ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในเที่ยวนี้ ไปยัง ฟอลโล่มี (1) ที่เป็นม้าที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยว และมีคลาสดีพอที่จะต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ในระยะที่ยาวขึ้น ความท้าทายหลัก คือการต้องแบกน้ำหนัก 59 กก. และออกจากซองนอกสุดอาจจะต้องลุ้นหนักหน่อย ส่วนทางด้าน มาวิน (11) ซึ่งเป็นอีกตัวที่น่าจะชื่นชอบระยะกลาง และด้วยน้ำหนักเพียง 54 กก. ประกอบกับช่วงหลังที่ทำผลงานได้สม่ำเสมอ จึงมีโอกาสดีที่จะเร่งเครื่องในช่วงท้าย เมื่อม้าที่ถนัดระยะสปรินท์ เริ่มหมดแรง นอกจากนี้ ในฐานะลูกของ RELIABLE MAN สายเลือดของเขายังบ่งบอกถึงความสามารถโดยธรรมชาติสำหรับระยะประมาณ 1600 ถึง 2400 เมตร อีกด้วย

RANDOM

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!