ความตื่นตัวของวงการกีฬาประเทศไทย ซึ่งทวีขึ้นมากเรื่อยๆ หลังจากที่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และ ซีเกมส์ ต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ ปี 2509 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 5 และ ปี พ.ศ.2510 เป็นเจ้าภาพจัดเซียพเกมส์ หรือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 4 จากนั้นทำให้กระแสในการสร้างกีฬาของประเทศไทยในมุมต่างๆ เพื่อจะช่วยส่งต่อถึงระดับทีมชาติ จึงมีมากขึ้น เช่นการจัดกีฬาเขต กีฬานักเรียน นักศึกษา รวมทั้งแวดวงกีฬาในระดับมหาวิทยาลัยเช่นกัน จากที่เคยมีการจัดแข่งขันกันเองแต่ละชนิดกีฬาในกลุ่ม ก็เริ่มมีแนวคิดในการจัดเป็นมหกรรมกีฬา คือมีหลาย ๆ ชนิดกีฬาร่วมในการจัดครั้งเดียว
ซึ่งหลังจากมีการก่อตั้งคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.) และได้ทำการคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนมหาวิทยาลัยส่งในนามทีมชาติไทย ไปแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยนานาชาติ หรือ กีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 5 ที่โตเกียวในปี 2510 แล้ว การริเริ่มจะจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยก็จริงจังมากขึ้น หลังจากทีมกีฬามหาวิทยาลัยของไทยกลับจากโตเกียว

โดยจุดเริ่มต้น ทาง กกมท.จึงกำหนดจัดขั้นต้นในปี 2511 ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งแรก (ตามคำสัมภาษณ์ของ ม.ร.ว.แหลมฉาน หัสดินทร )
แต่เจอปัญหาความทับซ้อนกันกับการเตรียมงานกีฬาอื่นๆ อาทิการรับเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 6 ของไทยในเดือน ธ.ค.2513 จากที่บุคลากรกีฬาที่สำคัญซึ่งต้องช่วยเตรียมงานเอเชี่ยนเกมส์ งานกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย จึงต้องขยับเรื่อยๆ และลงตัวจัดครั้งแรกในระหว่างวันที่ 18-28 พฤศจิกายน 2513 ก่อนที่งานเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 6 จะเริ่ม
โดยทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รับที่จะเป็นเจ้าภาพจัด และสมาชิกหลักคือสถาบันต่างๆ จะช่วยกัน เพื่อให้งานครั้งแรกเดินหน้าได้ ซึ่งฝ่ายดำเนินการหลัก จะเป็นสโมสรนิสิตนักศึกษาของสถาบันต่างๆ ที่ร่วมริเริ่มนั้น

ซึ่งมีเหตุการณ์ของจุดเริ่มต้น ก่อนที่จะจัดแข่งขัน ที่น่าสนใจ ซึ่งได้เรียบเรียงไว้ เป็นข้อมูลสำคัญดังนี้
วันที่ 18 สิงหาคม 2513 คณะกรรมการจะจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งแรก ได้กำหนดหลักเกณฑ์ ให้ทุกสถาบันที่จะเข้าร่วมส่งเงินอุดหนุนช่วยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 18-28 พฤศจิกายน 2513 ซึ่งจะต้องใช้ทุนจัดแข่งขันประมาณ 2 แสนบาท โดยการประชุม ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วันที่ 15 สิงหาคม 2513 ซึ่งมีนายกสโมสรนิสิต-นักศึกษา และผู้แทนทั้ง 9 สถาบันที่จะเข้าร่วม ได้พิจารณาถึงการช่วยสนับสนุนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จะออกทุนสำรองสำหรับการจัดไว้ 4 หมื่นบาท ที่เหลือจากนั้น 1.6 แสนบาทให้แต่ละสถาบันส่งเงินอุดหนุนแห่งละ 1.5 หมื่นบาท และค่าสมัครเข้าร่วมอีก 5 พันบาท รวมเป็นสถาบันละ 2 หมื่นบาท เพื่อใช้เป็นงบกลางใช้จ่ายตลอดการแข่งขัน ซึ่งที่ประชุมให้ผู้แทนแต่ละสถาบันไปหารือกับทางสถาบันก่อนให้คำตอบ
โดย 9 สถาบัน ที่ยืนยันจะร่วมแข่ง กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งแรก ประกอบด้วย จุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ มหิดล ขอนแก่น ศิลปากร สงขลานครินทร์ วิทยาลัยวิชาการศึกษา (เป็นการรวมกัน 3 สถาบัน คือประสานมิตร บางแสน ปทุมวัน) และ เชียงใหม่
วันที่ 5 กันยายน 2513 นายพัฒนพงศ์ ชวะโนทัย รองประธานจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 1 เป็นประธานประชุมผู้แทนสถาบันที่จะเข้าร่วมแข่ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้ร่วมกันแก้ไขข้อบังคับการแข่งขันที่ได้ร่างเสร็จแล้ว โดยประเด็นสำคัญคือ ในการจัดแข่งครั้งต่อไปเจ้าภาพจะต้องยึด 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล บาสเกตบอล รักบี้ฟุตบอล กรีฑา วอลเลย์บอล เทเบิลเทนนิส ฟันดาบ เซปักตะกร้อ บริดจ์ และแบดมินตัน ส่วนชนิดกีฬาอื่น แล้วแต่ความพร้อมของเจ้าภาพ และหากประเภทกีฬาใดที่มีสถาบันสมัครเข้าแข่งน้อยกว่า 3 สถาบันก็ให้งดจัดโดยปริยาย
นอกจากนี้แต่ละสถาบันที่จะเจ้าร่วมการแข่งขัน จะต้องออกเงินอุดหนุนเจ้าภาพ ครั้งละ 2 หมื่นบาท ไม่ว่าจะส่งกี่ประเภทกีฬาก็ตาม

และที่ประชุมผู้แทนมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ได้มีมติ ว่า กีฬามหาวิทยาลัยครั้งแรก จะไม่มีการมอบถ้วยรางวัลให้ผู้ชนะเลิศ หรือทีมชนะเลิศกีฬาแต่ละประเภท โดยตกลงให้ใช้ระบบสากล คือเป็นการมอบเหรียญรางวัลแทน ยกเว้นถ้วยพระราชทาน 4 ประเภทคือ ฟุตบอล แบดมินตัน กรีฑา และ ศิลปะป้องกันตัว จะให้ผู้แทนทุกสถาบันปรึกษาหารือกันว่าจะใช้วิธีการใด
โดยเรื่องเหรียญรางวัลนั้น ให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยครั้งแรก จัดทำเหรียญที่เป็นตามแบบสากล มอบให้ผู้ชนะ ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ตามลำดับ ทั้งนี้ด้านหนึ่งของเหรียญ เป็นสัญลักษณ์การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยครั้งแรก และ อีกด้านเป็นสัญลักษณ์ประจำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะเจ้าภาพ
วันที่ 11 ตุลาคม 2513 คณะทำงานได้กำหนดชนิดกีฬา ที่จะจัดแข่งขันในกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งแรก จำนวน14 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล บาสเกตบอล เซปักตะกร้อ แบดมินตัน วอลเลย์บอล เทเบิลเทนนิส เทนนิส ยิงปืน ยูโด ว่ายน้ำ-โปโลน้ำ-กระโดดน้ำ กรีฑา ฟันดาบ บริดจ์ และ รักบี้ฟุตบอล และให้ทุกสถาบันทำการจัดส่งรายชื่อนักกีฬาในแต่ละชนิดตามกำหนดเวลาที่ตกลง

วันที่ 27 ตุลาคม 2513 คณะกรรมการจัดการแข่งขันระบุว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ขอถอนตัวจากการแข่งขัน เนื่องจากขาดงบประมาณ และ ไม่มีนักกีฬาพร้อมส่งแข่ง เพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนที่นักศึกษากลับภูมิลำเนาจึงไม่มีเวลาในการฝึกซ้อมเตรียมทีม ดังนั้นจึงเหลือเพียง 8 สถาบันที่จะเข้าร่วมแข่ง ประกอบด้วย จุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ มหิดล ศิลปากร ขอนแก่น วิทยาลัยการศึกษา และ เชียงใหม่เจ้าภาพ
โดยจากเดิมที่จะจัด 14 ชนิดกีฬา แต่หลังจากการส่งรายชื่อ ฝ่ายจัดต้องตัดรักบี้ฟุตบอลออก เพราะส่งแข่งไม่ครบ 3 สถาบัน ขณะที่ เกษตรกับจุฬา เสนอยกน้ำหนักเข้าแทน แต่ก็มีเพียง 2 สถาบันที่เสนอเท่านั้นที่จะส่งแข่ง อย่างไรก็ตามทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็รับจัด แต่ให้ยกน้ำหนักเป็นเพียงกีฬาสาธิต จะไม่นับเหรียญรวมกับ 13 ชนิดกีฬาที่จัด ส่วนพิธีเปิด และปิด กำหนดจัดขึ้นที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองเชียงใหม่
และการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งแรก ก็ได้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 18-28 พฤศจิกายน 2513 โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็ผ่านไปได้ด้วยดี.
เลอภพ โสรัตน์ / เรียบเรียง












