ศธ. ให้ความสำคัญผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา เดินหน้ายกระดับการศึกษา มุ่งผลิตบุคลากรคุณภาพในอนาคต

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดการประชุมสัมมนา เรื่อง “แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นในศตวรรษที่ 21” (Enhancing Education System for Visually Impaired Children in the 21st Century) โดยมี นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้การต้อนรับ และนางอรทัย ฐานะจาโร ประธานฝ่ายการศึกษา โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ รายงานการดำเนินงาน ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ

นางอรทัย ฐานะจาโร กรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า ทรัพย์ที่มนุษย์ควรมีติดตัวไปตลอดชีวิด คือ การศึกษาที่มีคุณภาพ จึงมีนโยบายเพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสายตา ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ มีรูปแบบทันต่อยุคสมัย มุ่งเน้นการเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพของตนเอง นำไปสู่ความสำเร็จในด้านการเรียนและอาชีพในอนาคต

จึงมอบหมายให้คณะทำงานดำเนินการวางแผนและนำไปสู่การปฏิบัติ สร้างการเปลี่ยนแปลงยกระดับการเรียนการสอนในโรงเรียน ด้วยการร่วมงานกับ 3 สถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ ได้แก่ Acres Foundation, Magicyears International School และ Perkins School for the Blind ที่มุ่งส่งเสริมสนับสนุนการผลิตบุคลากรที่มีความบกพร่องทางสายตาให้มีคุณภาพ มีศักยภาพในตนเอง และพร้อมที่จะมีสวนร่วมในการพัฒนาสังคม

ด้าน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของคนพิการทุกประเภท โดยได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ผู้พิการต้องได้รับสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคทางด้านการศึกษา ซึ่งจาก ข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ล่าสุด พบว่า ประเทศไทยมีคนพิการทุกประเภทกว่า 2.1 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้พิการทางการเห็น 186,701 คน

วันนี้ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้นำผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาออกแบบกระบวนการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพกับคนตาบอดมากยิ่งขึ้น ตรงกับเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการที่เน้นย้ำการดูแลคนทุกกลุ่ม โดยส่วนของความร่วมมือ คือ กระทรวงศึกษาธิการจะนำสิ่งที่ได้ร่วมกันทำงานครั้งนี้ขยายผลต่อไปยังกลุ่มโรงเรียนสอนคนตาบอดทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย รวม 18 แห่ง ในจำนวนนี้มีสถานศึกษาของรัฐเพียง 2 แห่ง คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

อีกประเด็นหนึ่ง คือ จะมีกลุ่มคนพิการที่มีความต้องการเรียนในสายอาชีพด้วย จึงมีการร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยจะมาดูว่าสถาบันใดสามารถเชื่อมโยงสร้างอาชีพได้ ซึ่งก็มีทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนการขยายช่องทางให้เด็กที่เรียนในโรงเรียนสำหรับคนตาบอด แต่มีความพร้อมด้านอื่น สามารถไปเรียนร่วมกับโรงเรียนปกติของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ ซึ่งเดิมมีการดำเนินการลักษณะนี้อยู่แล้ว โดยจะขยายช่องทางและโรงเรียนให้มากขึ้น ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง การออกแบบสภาพแวดล้อม สื่อการสอน จะต่างจากเด็กปกติ จึงต้องมีความรอบคอบระมัดระวังในการเลือกโรงเรียนหรือสถาบันอาชีวะ ที่มีความพร้อมจัดสาขาที่เหมาะสมให้เด็กสามารถเรียนได้

ทั้งนี้ ภายหลังการสัมมนาได้มีพีธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับ ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนคนตาบอด 16 โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาด้านอาชีพ และเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพให้แก่นักเรียนที่พิการทางการเห็น พัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการทางการเห็น และสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันด้านการศึกษา และพัฒนานักเรียนพิการทางการเห็น โดยองค์รวมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนในระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนจัดการศึกษาแบบเรียนรวมในโรงเรียนทั่วไป ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นทั้งชายและหญิง ทั้งที่อยู่แบบประจำและไปกลับ

ปัจจุบันโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ จัดอยู่ในประเภทโรงเรียนเอกชนการกุศล และจัดเป็นโรงเรียนเอกชนในระบบ ประเภทสามัญศึกษา ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ของ กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนในระดับอนุบาลมีการจัดการเรียนการสอน 6 ทักษะ คือ ทักษะการช่วยเหลือตนเอง ทักษะการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็ก ทักษะภาษา การรู้หนังสือ ทักษะการคิด และทักษะทางสังคมและอารมณ์

นอกจากจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โรงเรียนยังส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพและความสามารถทางด้านภาษา ดนตรี กีฬา เทคโนโลยี การทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว ทักษะการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ตลอดจนให้ความสำคัญในการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติ และพฤติกรรม เพื่อให้นักเรียนเติบโตขึ้นไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้

RANDOM

มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย สานต่อเจตนารมณ์ มอบทุนการศึกษา 1.3 ล้านบาท แก่นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขับเคลื่อนประเทศ

โค้งสุดท้าย! อพวช. เชิญชวนนักวิทย์ นักคิด นักวิจัย ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดภาพทางวิทยาศาสตร์ Image of Science “วิจิตร วิจัย” ประจำปี 2567 ชิงเงินรางวัลรวม 50,000 บาท หมดเขตสมัครและส่งผลงาน 31 ก.ค. นี้

ม้าแข่งเปิดศักราช 2569 นัดแรก ‘สันติภาพ’ จ๊อกกี้ยอดเยี่ยมแห่งปี 68 ควบชัยมงคลเข้าวินคว้าถ้วยระยะไกลมาครองได้ ขณะที่ ม้ามังกรอลังการ ขยี้ ไวเปอร์คอมมานด์ สำเร็จ ส่วนเที่ยว 3 ลงโทษ ชาล็อต

พม. ร่วมกับ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เชิญชวนน้อง ๆ เยาวชนและผู้สนใจร่วมประกวดในโครงการ จะคิด ทำ อย่างไร เพื่อเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์ ชิงทุนการศึกษากว่า 300,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – 30 ส.ค. 67

NEWS

นักกฏหมาย ที่รักกีฬา และมวย ถ่ายทอดมุมมองชัดเจน ต่อกรณี ‘ห้ามมวยเด็ก’ ที่กำลังเป็นกระแส แค่มาจากผู้ใหญ่ 2 กระทรวง คุยกันไม่จบ เพราะยืนคนละมุม มีเป้าหมายคนละอย่าง…แล้วจะไปต่ออย่างไร

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!