ชาล็อต ท้าชิง เซย์อิทโซ ส่วน วินมาร์ค ได้ลุ้นวินที่ 6 ติดต่อกัน แต่ต้องหนี บลูมมิ่งวิล ให้ได้ ในศึกม้าแข่งสนามฝรั่ง 13 ก.ย.69 ‘บิ๊กบอย’ วิเคราะห์สนุกก่อนถึงวันดวล ทั้ง 9 เที่ยวเช่นเดิม

แชร์บทความ

Share on facebook
Share on twitter

     ส่องกล้อง…มองม้า กับ บิ๊กบอย นัดแข่งวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่สนามฝรั่ง มาแล้ว มาร่วมสนุกกับการวิเคราะห์ก่อนแข่งครบครันทั้ง 9 เที่ยว เพื่อความสนุกสนาน และบันเทิงของแฟนอาชาที่ชื่นชอบเช่นเดิมครับ

เที่ยวที่ 1 – Butsarakham Stakes (ม้าไทย คลาส 4) – 1100 เมตร

     เซ็พเทมเบอร์ (1) ที่เข้าเส้นชัยอันดับที่ 2 ในสองนัดล่าสุด หลังจากคว้าชัยมาได้เมื่อสามนัดก่อน มาเที่ยวนี้ต้องแบกน้ำหนักสูงสุด 60 กก. แต่ได้ซองออกตัวที่ดีในซอง 2 จึงดูได้เปรียบ ไปทางด้าน ดราก้อนมูน (9) ที่เพิ่งคว้าชัยชนะครั้งแรกได้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และเที่ยวนี้ได้เปรียบเรื่องน้ำหนักที่แบกเพียง 52 กก. แม้จะออกจากซอง 9 แต่ยังเป็นม้าที่น่าสนใจเช่นเดิม สำหรับ เกรซฟูลเนส (3) ซึ่งชนะมาแล้ว 3 วิน จาก 5 นัดหลังสุด รวมถึงการลงแข่งครั้งล่าสุด ฟอร์มกำลังดีมาก แม้เที่ยวนี้จะต้องแบกน้ำหนัก 58 กก. ก็ไม่ควรมองข้าม

เที่ยวที่ 2 – Komen Stakes (ม้าไทย คลาส 5) – 1100 เมตร

    เกรทสปิน (1) ที่เป็นม้าที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยวนี้ และติดอันดับที่ 2 จาก 3 เที่ยวล่าสุด ในเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 59 กก. ออกจากซอง 7 และแม้ว่าจะยังคงตามหาชัยชนะครั้งแรก แต่ก็น่าสนใจ ไปทางด้าน ควีนแองเจิ้ล (7) ซึ่งมีฟอร์มที่สม่ำเสมอ โดยสามเที่ยวล่าสุดจบอันดับที่ 4 และอันดับที่ 2 สองครั้ง มาเที่ยวนี้แบก 56 กก. และได้ซองปล่อยตัวที่ดีในซอง 2 จึงมีโอกาสตามหาชัยชนะครั้งแรกเจอเช่นกัน ส่วน เชอร์วิน (4) ที่ต้องคัดชื่อออกจากการแข่งขันที่จุดสตาร์ตในเที่ยวแข่งล่าสุด มีสถิติก่อนหน้านั้นจบอันดับที่ 8 หลังจากเคยทำผลงานดีด้วยการติดอันดับที่ 2 เที่ยวนี้แบก 58 กก. ออกสตาร์ตจากซอง 5 ถือว่ายังมีโอกาสลุ้น

เที่ยวที่ 3 – Morakot Stakes (ม้าไทย คลาสพรีเมียม) – 1100 เมตร

     วินมาร์ค (2) ซึ่งกำลังลุ้นชัยชนะเป็นวินที่ 6 ติดต่อกัน และเที่ยวนี้แบกเพียง 55 กก. จึงเป็นม้าที่มองข้ามได้ยากมาก และยังน่ามองอีกคือการได้จ๊อกกี้ชั้นนำ วิจิตรกร รับหน้าที่ขี่อีกครั้งด้วย ทางด้าน บลูมมิ่งวิล (4) ที่ชนะมาแล้ว 2 นัดติดต่อกัน เที่ยวนี้แบกเพียง 53.5 กก. และการได้ออกตัวจากซอง 3 จึงพร้อมลุ้นทำแฮตทริก ได้เป็นคู่แข่งสำคัญของ วินมาร์ค ถึงจะมาจากคอกเดียวกันก็ตาม สำหรับ จุ๊กกรู้ (7) ที่สามเที่ยวล่าสุดจบอันดับที่ 4, 3 และ 2 ตามลำดับ และในเที่ยวนี้ได้แบกน้ำหนักต่ำสุดเพียง 52 กก. จึงต้องทำให้น่าสนใจไม่น้อย

เที่ยวที่ 4 – Phaitun Stakes (ม้าเทศ คลาส 4) – 1100 เมตร

     สุภาพบุรุษ (13) ซึ่งจบอันดับที่ 4 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากคว้าชัยในเที่ยวก่อนหน้านั้นที่ระยะ 1560 เมตร มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนักเบาเพียง 52.5 กก. และระยะ 1100 เมตร ก็น่าจะเหมาะกับเขาพอสมควร ไปทางด้าน พยนต์หนึ่ง (14) ที่มาพร้อมฟอร์มอันดับที่ 2 และ 3 ในสองเที่ยวล่าสุด และได้แบกน้ำหนักต่ำสุดเพียง 52 กก. การตามหาชัยชนะครั้งแรกในประเทศไทยจึงมีโอกาส ส่วน โชคเดชา (7) ที่พัฒนาฟอร์มขึ้นอย่างชัดเจนด้วยการจบอันดับที่ 2 ในเที่ยวล่าสุด   มาเที่ยวนี้ได้ซอง 4 และแบก 55.5 กก. ต้องฝากมองไว้ว่า เขาจะทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในสภาพสนามนุ่มถึงแฉะ

เที่ยวที่ 5 – Phethai Stakes (ม้าเทศ คลาส 3) – 1100 เมตร

     มังกรหลวง (3) ซึ่งจบอันดับที่ 4 มาสามเที่ยวติดต่อกัน และเที่ยวนี้ได้ซองปล่อยตัวที่ดีมากในซอง 2 แม้จะต้องแบกน้ำหนัก 58.5 กก.จึงน่ามองไม่น้อย ส่วนทางด้าน มีนำชัย (8) ที่มีผลงานที่น่าสนใจด้วยอันดับที่ 2 และ 4 ในช่วงที่ผ่านมา แต่การออกจากซอง 14 ทำให้งานยากขึ้นหน่อย สำหรับ มงคลสาธุ (12) ซึ่งจบอันดับที่ 6 ในสองเที่ยวล่าสุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยจบอันดับที่ 2 สองครั้ง และอันดับที่ 3 อีกหนึ่งครั้ง มาเที่ยวนี้แบก 55.5 กก. และหลังจากห่างหายจากชัยชนะมาระยะหนึ่งแล้ว จึงดูมีโอกาสได้โชว์ฝีเท้าได้ดีในเที่ยวนี้

เที่ยวที่ 6 – Thaptim Stakes (ม้าเทศ คลาส 1) – 1100 เมตร

     สตาร์อ๊อฟอีสาน (4) ที่ชนะมาแล้ว 2 วินต่อเนื่อง และกำลังลุ้นชัยชนะเป็นวินที่ 3 ติดต่อกัน ถึงแม้ครั้งนี้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเป็น 59 กก.ก็ได้ลุ้นการรอดูกันว่าเขาจะผ่านบททดสอบนี้ได้หรือไม่ ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะผ่าน ไปทางด้าน ซันไชน์ (11) ที่กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าชัยในเที่ยวล่าสุด และเที่ยวนี้แบกเพียง 52 กก. และจะต้องเจอกับคู่แข่งระดับคลาส 1 ถือเป็นงานหนัก แต่อาจจะไม่ยากเกินไป ส่วน ไวเปอร์คอมมานด์ (6) ที่ผลงานช่วงหลังอาจยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยชนะติดต่อกันถึง 3 วิน และการได้ซอง 2 ในเที่ยวนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่จะมองผ่านไม่ได้

เที่ยวที่ 7 – Ploy Stakes (ม้าเทศใหม่ – คอนดิชั่นเรซ) – 1560 เมตร

     ต้องถือว่านี่คือการแข่งขันไฮไลต์สำคัญของนัดนี้ เซย์อิทโซ (1) ซึ่งเป็นม้าที่มีคลาสสูงที่สุดในเที่ยวนี้ด้วยเรตติ้ง 118 และติดสามอันดับแรกมาตลอด 5 เที่ยวล่าสุด ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเธอลงแข่งในระยะ 1560 เมตร ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ทีมงานได้วางเป้าหมายมาระยะหนึ่งแล้ว ว่าต้องชนะ ไปยัง ชาล็อต (5) ที่จบอันดับที่ 3 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากคว้าชัยในเที่ยวก่อนหน้า นัดนี้ได้ซองปล่อยตัวที่ดีในซอง 3 และเมื่อได้จ๊อกกี้ วิษณุกรณ์ เป็นผู้ขี่อีกด้วย ซึ่งจากรูปร่างที่ชัดเจนว่า ชาล็อตเหมาะกับระยะไมล์ จึงมีโอกาสลุ้นชัยชนะเต็มตัว ส่วนทางด้าน ฟลายมีทูเดอะมูน (4) ที่ต้องพยายามยกระดับผลงานจากอันดับที่ 5 ในสองเที่ยวล่าสุด แต่การได้ซอง 1 น่าจะช่วยให้มีลุ้นแถวหน้าได้มากในระยะ 1560 เมตร

เที่ยวที่ 8 – Pailin Stakes (ม้าเทศ คลาส 2) – 1560 เมตร

     บิ๊กเฮง (5) ซึ่งจบอันดับที่ 6 ในสองเที่ยวล่าสุด แต่ก็เคยจบอันดับที่ 2 เมื่อสามเที่ยวก่อน และเที่ยวนี้แบก 55 กก. โดยในฐานะที่เป็นม้าที่มีฝีเท้าถนัดแข่งในระยะไกล เขารอโอกาสที่จะได้แสดงศักยภาพในระยะ 1560 เมตรมาระยะหนึ่ง และครั้งนี้จะได้จ๊อกกี้ชั้นนำอย่างเจ้าติ่ง-สันติภาพ เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสสูง ส่วนทางด้าน วินส์วัน (6) ซึ่งจบอันดับที่ 7 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากก่อนหน้านั้นจบอันดับที่ 2 และ 3 และเที่ยวนี้ได้ซองออกตัวที่ดีมากในซอง 2 จึงมีโอกาสอยุ่แถวหน้าแน่ สำหรับ กุสตาฟ (8) ที่เป็นม้าที่มีฟอร์มสม่ำเสมออย่างมาก และเที่ยวนี้ได้เปรียบด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 52 กก. และได้ออกซองจากซองด้านในสุดอย่างซอง 1 จะมองผ่านเขาไม่ได้เช่นกัน

เที่ยวที่ 9 – Petch Stakes (ม้าเทศใหม่ ชั้น 3) – 1200 เมตร

     เลดี้โรมานซ์ (1) ซึ่งจบอันดับที่ 2 มาแล้ว 2 ครั้งจากการลงแข่งเพียง 3 เที่ยว และยังมีโอกาสพัฒนาฝีเท้าขึ้นได้อีกจากการออกตัวจากซอง 4 และยังได้จ๊อกกี้ วิจิตรกร มารับหน้าที่ขี่ ทำให้เที่ยวนี้เธอน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเต็ง และได้ลุ้นชัยชนะเป็นครั้งแรก ทางด้าน สไบเฉียง (5) ที่ทำผลงานดีที่สุดในการลงแข่งจนถึงตอนนี้ด้วยการจบอันดับที่ 3 ในเที่ยวล่าสุด และยังดูมีโอกาสพัฒนาฝีเท้าขึ้นได้อีกเรื่อยๆ จึงไม่น่ามองผ่าน ส่วน สตาร์โอโซน (4) ที่จบอันดับที่ 6 ในเที่ยวล่าสุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยจบอันดับที่ 2 ถึงสองครั้งจากสามเที่ยว และมีโอกาสกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเที่ยวนี้เช่นกัน

RANDOM

รัฐบาลญี่ปุ่น ร่วมกับ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จัดประกวดภาพยนตร์สั้น หัวข้อ “สิ่งที่ฉันต้องการ” ในโครงการ JENESYS 2023 คัดเลือกตัวแทนเยาวชนไทยไปร่วมกิจกรรม ที่เมืองมินามิอาวาจิ จ.เฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น

ปิดฉากกีฬาบริดจ์ กีฬานักเรียนระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 กรมพลศึกษา “เด็กภูธร”ฟอร์มเจ๋งโกยแชมป์ 3 รุ่น “โรงเรียนบ้านวังแดง”แชมป์ รุ่น 12 ปี ขณะที่ “โรงเรียนวัชรวิทยา”หยิบแชมป์ รุ่น 15 ปี ส่วนแชมป์รุ่นใหญ่ 18 ปี เป็นของ “โรงเรียนสังคมวิทยา”

มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ให้ทุนการศึกษาแก่นิสิต นักศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อใช้ในการค้นคว้าวิจัย ประจำปี 2566 เปิดรับสมัครแล้ว ถึง วันที่ 12 ม.ค. 67

NEWS

You cannot copy content of this page

error: Content is protected !!