ส่องกล้อง…มองม้า กับ บิ๊กบอย นัดแข่งวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่สนามฝรั่ง มาแล้ว มาร่วมสนุกกับการวิเคราะห์ก่อนแข่งครบครันทั้ง 9 เที่ยว เพื่อความสนุกสนาน และบันเทิงของแฟนอาชาที่ชื่นชอบเช่นเดิมครับ

เที่ยวที่ 1 – Butsarakham Stakes (ม้าไทย คลาส 4) – 1100 เมตร
เซ็พเทมเบอร์ (1) ที่เข้าเส้นชัยอันดับที่ 2 ในสองนัดล่าสุด หลังจากคว้าชัยมาได้เมื่อสามนัดก่อน มาเที่ยวนี้ต้องแบกน้ำหนักสูงสุด 60 กก. แต่ได้ซองออกตัวที่ดีในซอง 2 จึงดูได้เปรียบ ไปทางด้าน ดราก้อนมูน (9) ที่เพิ่งคว้าชัยชนะครั้งแรกได้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และเที่ยวนี้ได้เปรียบเรื่องน้ำหนักที่แบกเพียง 52 กก. แม้จะออกจากซอง 9 แต่ยังเป็นม้าที่น่าสนใจเช่นเดิม สำหรับ เกรซฟูลเนส (3) ซึ่งชนะมาแล้ว 3 วิน จาก 5 นัดหลังสุด รวมถึงการลงแข่งครั้งล่าสุด ฟอร์มกำลังดีมาก แม้เที่ยวนี้จะต้องแบกน้ำหนัก 58 กก. ก็ไม่ควรมองข้าม

เที่ยวที่ 2 – Komen Stakes (ม้าไทย คลาส 5) – 1100 เมตร
เกรทสปิน (1) ที่เป็นม้าที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในเที่ยวนี้ และติดอันดับที่ 2 จาก 3 เที่ยวล่าสุด ในเที่ยวนี้แบกน้ำหนัก 59 กก. ออกจากซอง 7 และแม้ว่าจะยังคงตามหาชัยชนะครั้งแรก แต่ก็น่าสนใจ ไปทางด้าน ควีนแองเจิ้ล (7) ซึ่งมีฟอร์มที่สม่ำเสมอ โดยสามเที่ยวล่าสุดจบอันดับที่ 4 และอันดับที่ 2 สองครั้ง มาเที่ยวนี้แบก 56 กก. และได้ซองปล่อยตัวที่ดีในซอง 2 จึงมีโอกาสตามหาชัยชนะครั้งแรกเจอเช่นกัน ส่วน เชอร์วิน (4) ที่ต้องคัดชื่อออกจากการแข่งขันที่จุดสตาร์ตในเที่ยวแข่งล่าสุด มีสถิติก่อนหน้านั้นจบอันดับที่ 8 หลังจากเคยทำผลงานดีด้วยการติดอันดับที่ 2 เที่ยวนี้แบก 58 กก. ออกสตาร์ตจากซอง 5 ถือว่ายังมีโอกาสลุ้น

เที่ยวที่ 3 – Morakot Stakes (ม้าไทย คลาสพรีเมียม) – 1100 เมตร
วินมาร์ค (2) ซึ่งกำลังลุ้นชัยชนะเป็นวินที่ 6 ติดต่อกัน และเที่ยวนี้แบกเพียง 55 กก. จึงเป็นม้าที่มองข้ามได้ยากมาก และยังน่ามองอีกคือการได้จ๊อกกี้ชั้นนำ วิจิตรกร รับหน้าที่ขี่อีกครั้งด้วย ทางด้าน บลูมมิ่งวิล (4) ที่ชนะมาแล้ว 2 นัดติดต่อกัน เที่ยวนี้แบกเพียง 53.5 กก. และการได้ออกตัวจากซอง 3 จึงพร้อมลุ้นทำแฮตทริก ได้เป็นคู่แข่งสำคัญของ วินมาร์ค ถึงจะมาจากคอกเดียวกันก็ตาม สำหรับ จุ๊กกรู้ (7) ที่สามเที่ยวล่าสุดจบอันดับที่ 4, 3 และ 2 ตามลำดับ และในเที่ยวนี้ได้แบกน้ำหนักต่ำสุดเพียง 52 กก. จึงต้องทำให้น่าสนใจไม่น้อย

เที่ยวที่ 4 – Phaitun Stakes (ม้าเทศ คลาส 4) – 1100 เมตร
สุภาพบุรุษ (13) ซึ่งจบอันดับที่ 4 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากคว้าชัยในเที่ยวก่อนหน้านั้นที่ระยะ 1560 เมตร มาเที่ยวนี้แบกน้ำหนักเบาเพียง 52.5 กก. และระยะ 1100 เมตร ก็น่าจะเหมาะกับเขาพอสมควร ไปทางด้าน พยนต์หนึ่ง (14) ที่มาพร้อมฟอร์มอันดับที่ 2 และ 3 ในสองเที่ยวล่าสุด และได้แบกน้ำหนักต่ำสุดเพียง 52 กก. การตามหาชัยชนะครั้งแรกในประเทศไทยจึงมีโอกาส ส่วน โชคเดชา (7) ที่พัฒนาฟอร์มขึ้นอย่างชัดเจนด้วยการจบอันดับที่ 2 ในเที่ยวล่าสุด มาเที่ยวนี้ได้ซอง 4 และแบก 55.5 กก. ต้องฝากมองไว้ว่า เขาจะทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในสภาพสนามนุ่มถึงแฉะ

เที่ยวที่ 5 – Phethai Stakes (ม้าเทศ คลาส 3) – 1100 เมตร
มังกรหลวง (3) ซึ่งจบอันดับที่ 4 มาสามเที่ยวติดต่อกัน และเที่ยวนี้ได้ซองปล่อยตัวที่ดีมากในซอง 2 แม้จะต้องแบกน้ำหนัก 58.5 กก.จึงน่ามองไม่น้อย ส่วนทางด้าน มีนำชัย (8) ที่มีผลงานที่น่าสนใจด้วยอันดับที่ 2 และ 4 ในช่วงที่ผ่านมา แต่การออกจากซอง 14 ทำให้งานยากขึ้นหน่อย สำหรับ มงคลสาธุ (12) ซึ่งจบอันดับที่ 6 ในสองเที่ยวล่าสุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยจบอันดับที่ 2 สองครั้ง และอันดับที่ 3 อีกหนึ่งครั้ง มาเที่ยวนี้แบก 55.5 กก. และหลังจากห่างหายจากชัยชนะมาระยะหนึ่งแล้ว จึงดูมีโอกาสได้โชว์ฝีเท้าได้ดีในเที่ยวนี้

เที่ยวที่ 6 – Thaptim Stakes (ม้าเทศ คลาส 1) – 1100 เมตร
สตาร์อ๊อฟอีสาน (4) ที่ชนะมาแล้ว 2 วินต่อเนื่อง และกำลังลุ้นชัยชนะเป็นวินที่ 3 ติดต่อกัน ถึงแม้ครั้งนี้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเป็น 59 กก.ก็ได้ลุ้นการรอดูกันว่าเขาจะผ่านบททดสอบนี้ได้หรือไม่ ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะผ่าน ไปทางด้าน ซันไชน์ (11) ที่กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าชัยในเที่ยวล่าสุด และเที่ยวนี้แบกเพียง 52 กก. และจะต้องเจอกับคู่แข่งระดับคลาส 1 ถือเป็นงานหนัก แต่อาจจะไม่ยากเกินไป ส่วน ไวเปอร์คอมมานด์ (6) ที่ผลงานช่วงหลังอาจยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยชนะติดต่อกันถึง 3 วิน และการได้ซอง 2 ในเที่ยวนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่จะมองผ่านไม่ได้

เที่ยวที่ 7 – Ploy Stakes (ม้าเทศใหม่ – คอนดิชั่นเรซ) – 1560 เมตร
ต้องถือว่านี่คือการแข่งขันไฮไลต์สำคัญของนัดนี้ เซย์อิทโซ (1) ซึ่งเป็นม้าที่มีคลาสสูงที่สุดในเที่ยวนี้ด้วยเรตติ้ง 118 และติดสามอันดับแรกมาตลอด 5 เที่ยวล่าสุด ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเธอลงแข่งในระยะ 1560 เมตร ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ทีมงานได้วางเป้าหมายมาระยะหนึ่งแล้ว ว่าต้องชนะ ไปยัง ชาล็อต (5) ที่จบอันดับที่ 3 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากคว้าชัยในเที่ยวก่อนหน้า นัดนี้ได้ซองปล่อยตัวที่ดีในซอง 3 และเมื่อได้จ๊อกกี้ วิษณุกรณ์ เป็นผู้ขี่อีกด้วย ซึ่งจากรูปร่างที่ชัดเจนว่า ชาล็อตเหมาะกับระยะไมล์ จึงมีโอกาสลุ้นชัยชนะเต็มตัว ส่วนทางด้าน ฟลายมีทูเดอะมูน (4) ที่ต้องพยายามยกระดับผลงานจากอันดับที่ 5 ในสองเที่ยวล่าสุด แต่การได้ซอง 1 น่าจะช่วยให้มีลุ้นแถวหน้าได้มากในระยะ 1560 เมตร

เที่ยวที่ 8 – Pailin Stakes (ม้าเทศ คลาส 2) – 1560 เมตร
บิ๊กเฮง (5) ซึ่งจบอันดับที่ 6 ในสองเที่ยวล่าสุด แต่ก็เคยจบอันดับที่ 2 เมื่อสามเที่ยวก่อน และเที่ยวนี้แบก 55 กก. โดยในฐานะที่เป็นม้าที่มีฝีเท้าถนัดแข่งในระยะไกล เขารอโอกาสที่จะได้แสดงศักยภาพในระยะ 1560 เมตรมาระยะหนึ่ง และครั้งนี้จะได้จ๊อกกี้ชั้นนำอย่างเจ้าติ่ง-สันติภาพ เป็นผู้ขี่ จึงมีโอกาสสูง ส่วนทางด้าน วินส์วัน (6) ซึ่งจบอันดับที่ 7 ในเที่ยวล่าสุด หลังจากก่อนหน้านั้นจบอันดับที่ 2 และ 3 และเที่ยวนี้ได้ซองออกตัวที่ดีมากในซอง 2 จึงมีโอกาสอยุ่แถวหน้าแน่ สำหรับ กุสตาฟ (8) ที่เป็นม้าที่มีฟอร์มสม่ำเสมออย่างมาก และเที่ยวนี้ได้เปรียบด้วยการแบกน้ำหนักเพียง 52 กก. และได้ออกซองจากซองด้านในสุดอย่างซอง 1 จะมองผ่านเขาไม่ได้เช่นกัน

เที่ยวที่ 9 – Petch Stakes (ม้าเทศใหม่ ชั้น 3) – 1200 เมตร
เลดี้โรมานซ์ (1) ซึ่งจบอันดับที่ 2 มาแล้ว 2 ครั้งจากการลงแข่งเพียง 3 เที่ยว และยังมีโอกาสพัฒนาฝีเท้าขึ้นได้อีกจากการออกตัวจากซอง 4 และยังได้จ๊อกกี้ วิจิตรกร มารับหน้าที่ขี่ ทำให้เที่ยวนี้เธอน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเต็ง และได้ลุ้นชัยชนะเป็นครั้งแรก ทางด้าน สไบเฉียง (5) ที่ทำผลงานดีที่สุดในการลงแข่งจนถึงตอนนี้ด้วยการจบอันดับที่ 3 ในเที่ยวล่าสุด และยังดูมีโอกาสพัฒนาฝีเท้าขึ้นได้อีกเรื่อยๆ จึงไม่น่ามองผ่าน ส่วน สตาร์โอโซน (4) ที่จบอันดับที่ 6 ในเที่ยวล่าสุด แต่ก่อนหน้านั้นเคยจบอันดับที่ 2 ถึงสองครั้งจากสามเที่ยว และมีโอกาสกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในเที่ยวนี้เช่นกัน











